เที่ยวจีนมุมมองใหม่ … ชิคกว่าที่คิด ” Chic China ” กับ 20 โลเคชั่น จาก 5 เมืองห้ามพลาด เซี่ยงไฮ้ – ฉงชิ่ง – ซีอาน – เทียนจิน – ปักกิ่ง

หากจีนคือเรือสำเภา เมื่อใดที่กางใบแล้ว ไม่มีจุดหมายใดที่ไม่อาจไปถึง และในศตวรรษที่ 20 จีนได้วางหมุดหมายไว้ที่การเป็นเมืองท่องเที่ยวสุดชิค ที่จะพิชิตใจทุกสายตา เราเลยขออาสาพาทุกคนไปพิสูจน์ความเก๋ที่โลกต้องตะลึงผ่าน 20 โลเคชั่น ของ 5 เมือง ไล่ตั้งแต่เซี่ยงไฮ้ ฉงชิ่ง ซีอาน เทียนจิน และปักกิ่ง เอาให้ได้รู้กันไปเลยว่าจีนไม่ได้มีดีแค่หมาล่ากับธรรมชาติที่อลังการเว่อร์ๆ แต่มีพิพิธภัณฑ์สุดชิคที่มากกว่าความรู้ มุมถ่ายรูปลงไอจีสุดฮอตที่ชวนตาค้าง คาเฟ่สุดฮิต เทคโนโลยีสุดล้ำ ที่จะทำให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องน่าร้องว้าวในแง่ดี ลบทุกอคติที่มีแล้วตามมาดูจีนมุมใหม่ที่ไฉไลหมดจด ลบทุกภาพเดิมๆ ที่คิดไปเองแล้วเติมภาพจริงสุดคูลชวนน้ำตาจะไหล ขอแชร์ได้มั้ยคะ งานนี้การันตีความชิคสุดติ่งกระดิ่งแมว ใครที่ยังกลัว ยึดติดกับภาพเดิมๆ ของจีน ให้มองมุมกลับปรับมุมมองลองเปิดใจไป แนะให้ลองเริ่มจากเมืองเหล่านี้ก่อนสักครั้ง แล้วรับรองจะมีครั้งที่สอง ที่สามตามมา ฟันธง …

slotxo

เปิดตัวความชิคของจีน … ที่แรกเราขอส่ง West Bund Art & Design มาปลุกความฮิปในตัวทุกคน อาร์ตแกลอรี่ที่อาร์ตตั้งแต่ทางเข้าแห่งนี้เต็มไปด้วยเส้นสายแสงสีที่ชวนถ่ายรูปไปซะทุกมุม แน่นอนว่าใครที่หลงใหลกับศิลปะสไตล์มินิมอลล์หรือการถ่ายรูปแบบชิคๆ การได้มาที่นี่จะไม่มีคำว่าผิดหวังแน่นอน โดยเฉพาะโซน ShanghART Gallery อาร์ตแกลอรี่แบบร่วมสมัยแห่งแรกของจีนที่เปิดตัวมาแล้วกว่า 20 ปี ส่วนไฮไลท์ที่เราชอบมากจนอยากบอกต่อก็คือ Longyao Riverfront Square จัตุรัสริมน้ำที่ยาวหลายกิโลเมตร ที่เราสามารถมาปล่อยเวลาพักผ่อนหย่อนใจได้แบบไม่เสียเงิน ถือว่าอีกหนึ่งจุดห้ามพลาดในเซี่ยงไฮ้ที่มีส่วนผสมที่ลงตัวมากๆ

ถ้าอยากเที่ยวแบบชิคกะด๊าวร้องว้าวจนปากสั่นก็ต้องมาที่นี่แหล่ะ Huaujueping Grafiti Street แห่งเมืองฉงชิ่ง เพราะมันคือสตรีทอาร์ตที่ถูกเคลมว่าใหญ่ที่สุดในโลก เพราะไม่เพียงแต่แค่การเพ้นท์ตึกร้างเหมือนที่อื่นทั่วไป แต่ตึกแทบทุกตึกรวมถึงที่อยู่อาศัยก็ยังกลายเป็นพื้นผ้าให้กับศิลปินได้รังสรรค์ผลงานแบบไม่มีลิมิต จนเหมือนกำลังเดินอยู่ในความฝันและสตูดิโอที่ใหญ่ที่สุดในโลก อารมณ์แบบทุกๆ การเดินผ่านแต่ละช่วงตึกคือการเปลี่ยนแบล็คกราวถ่ายรูป เพราะฉะนั้นเมื่อเข้ามาที่ย่านนี้ก็เตรียมตัวรัวชัตเตอร์ หาท่าโพสไว้ให้ดี เพราะมีให้ถ่ายรูปตลอดทางจนหนำใจ

เพราะศิลปะไม่ได้จำกัดแค่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ แม้แต่ร้านคาเฟ่สุดชิคของเซี่ยงไฮ้ที่เรากำลังจะพาพวกแกไปลองดื่มนี้ ก็คือผลงานศิลปะที่แสนจะหอมหวาน S.Engine Coffee เป็นร้านคาเฟ่สีขาวสองชั้นที่ถูกออกแบบโดยเน้นทรงโค้งมนที่ทุกอย่างดูไร้เหลี่ยมมุม เชื่อมต่อกันได้แบบไม่ขัดตา เปิดรับแสงธรรมชาติผ่านกระจกบานใหญ่ กาแฟที่เสิร์ฟของร้านคือเมล็ดกาแฟที่ถูกคัดเลือกโดยบาริสต้าสกิลสูง ที่อร่อยลงตัวยิ่งขึ้นเมื่อทานคู่กับเบเกอร์รี่หอมกรุ่นที่อบสดใหม่ในทุกวัน จะมานั่งดื่มกาแฟดีๆ กินขนมก็สุขใจ จะมาถ่ายรูปก็มีให้เลือกหลายมุม ถ้าใครอยากหาไรเท่ๆ เราแนะนำที่นี่เลย

อีกความโมเดิร์นของมหานครเทียนจินที่ห้ามพลาดไปทำตัวไฮโซโก้เก๋ซ้ำเท่ซะไม่มีด้วยการหาหนังสืออ่านเล่นนอกเวลาที่ Tianjin Binhai Library ห้องสมุดแห่งใหม่ แลนด์มาร์คสุดทันสมัย โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมชวนอึ้งที่เทศบาลเทียนจินได้ทุ่มงบสร้างห้องสมุด 5 ชั้น ในรูปทรงคล้ายดวงตาหัวใจสำคัญของการอ่าน และอัดหนังสือไว้เต็มเปี่ยมจนได้ฉายาว่า “มหาสมุทรแห่งหนังสือ” ที่นอกจากจะเป็นแหล่งรวมปัญญาแล้วยังกลายเป็นแหล่งรวมอินสตราแกรมเมอร์จากทั่วโลกให้มายืนแอคถ่ายรูปกันจนทั่วบริเวณ แต่อย่าลืมรักษาความสงบด้วยล่ะ เพราะยังไงซะที่นี่ก็คือห้องสมุดนะแก เดี๋ยวชาวบ้านจะหาว่าไร้วัฒนธรรรมเอาได้

เหลือเกินไปมากกับความชิคที่จีนครีเอทขึ้น อย่าง Wutopia Lab Sets a White Curved Bookstore ร้านหนังสือแห่งเมืองซีอานที่สวยจนไม่มีที่ติแห่งนี้ที่จำลองเอามวลเมฆบนท้องฟ้า คว้าลงมาทำให้เป็นจริงบนโลกมนุษย์ ลบเหลี่ยม ลบมุม ลบความมืดมน แล้วใส่ความนุ่มละมุนกับความสว่างไสวจนออกมาเป็นดินแดนก้อนเมฆ ร้านหนังสือที่ชวนถ่ายรูปพอๆ กับการอ่านหนังสือ แต่เพราะอ่านไม่ออกแม้หน้าจะให้แต่สมองไม่รับเราก็เลยได้แต่เดินเท่ๆ เลียนแบบวัยรุ่นจีนหามุมถ่ายรูปมาอัพลงโซเชียลกับแคปชั่นเก๋ๆ แบบจีนมุมใหม่ มุมไหนก็ปังมาอวดเพื่อนแบบจุกๆ ทุกวันทั้งเช้าและเย็น
ร้านคาเฟ่เล็กๆ ที่เชิญชวนให้เข้าไปนั่งจากตัวหนังสือสีแดงที่ให้อารมณ์ทั้งความอินเตอร์และความเป็นจีน ร้านโทนขาวแดงแสนเก๋นี้เหมาะกับการสั่งเครื่องดื่มและเค้กมาเพื่อถ่ายรูปก่อนกินเป็นอย่างมาก เพราะโทนสีและความน่ารักน่ากินมันโดนใจสายคาเฟ่แบบเรามากๆ ที่สำคัญคือที่นี่ขายเครื่องดื่มหลากหลาย กาแฟรสชาติดี และเค้กก็อร่อยสมหน้าตาสุด

ตึกสีส้มตั้งเด่นโชว์โครงสร้างอย่างอิฐ ปูน เหล็ก สายไฟ ที่เน้นความเรียบง่ายและตรงไปตรงมาตามรูปแบบศิลปะแบบ “Bauhaus” ของเยอรมันใน Beijing 798 Art Zone นี คือโรงงานเก่าที่ขึ้นชื่อว่าใหญ่และดีที่สุดในยุคก่อนการปฏิรูปเติ้งเสี่ยวผิง ที่ถูกสถาบันวิจิตรศิลป์กรุงปักกิ่งนำมาปัดฝุ่นแล้วเติมความอาร์ตร่วมสมัยกับคาเฟ่สุดชิคลงไป จนกลายมาเป็นสถานที่จัดเวิร์คช็อปและจัดแสดงงานอาร์ตที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่วัยรุ่นเพราะมีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ อยู่หลายจุด ชนิดที่มาครั้งเดียวแล้วมีรูปไว้ลง Instagram ไปอีกหลายวัน

อีกหนึ่งโลเคชั่นที่ควรจดลงเช็คลิสต์ที่เที่ยวชิคเมืองฉงชิ่งคงต้องยกให้ Sichuan Fine Arts Institute ที่นี่คือหนึ่งในห้ามหาวิทยาลัยศิลปะที่โด่งดังที่สุดในประเทศจีนที่สร้างศิลปินมาแล้กว่า 64 ปี สถานที่แห่งแรงบันดาลใจและใผ่ฝัน แม้ที่นี่จะอยู่ใต้เงาไม้ แต่ความเฉิดฉายอันเก๋ไก๋ของเหล่านักศึกษาท่าทางอินดี้ก็เปล่งรัศมีอย่างมีเอกลักษณ์ ตัวตึก และโครงสร้างต่างๆ ตลอดจนเส้นทางทั่วมหาวิทยาลัยก็มีมุมสวยๆ สตรีทอาร์ตชิคๆ รูปปั้นเก๋ๆ ให้ถ่ายรูปอยู่ทั่วมุมถนน ไม่เสียชื่อแหล่งรวมพลคนรักศิลป์จริงๆ แต่ที่พลาดไม่ได้เลยก็จะเป็นโกดังที่จัดแสดงงานศิลปะของนักศึกษาที่จะสลับสับเปลี่ยนเป็นนิทรรศการหมุนเวียนกับราคาค่าเข้าชมที่ถูกมากเว่อร์เพียง 3 หยวน นี่คือราคาของอาหารทางจิตวิญญาณที่ถูกกว่าค่าหมาล่าซะอีก

xoslot

ณ หัวมุมถนนหนานฉางในเซี่ยงไฮ้ มีคาเฟ่สุดเก๋ชื่อว่า Metal Hands ที่แปลว่าโลหะ เนื่องจากตัวโครงสร้างหลักและการตกแต่งของร้านมาจากโลหะ แต่แมททรีเรียลที่ดูแข็งแกร่งนี้กลับอบอุ่น นุ่มละมุนจากแสงสีส้ม และเฟอร์นิเจอร์ไม้สีกาแฟ กระจกใสบานใหญ่ กลิ่นหอมละมุนของคาเฟอีน นม และเนยยิ่งทำให้กลิ่นอายของที่นี่มีความกลมกล่อม การถ่ายรูปในร้านนี้ก็ยิ่งเพิ่มสตอรี่ความเท่ให้ไทม์ไลน์ได้หลายกระบุง ยิ่งช่วงที่แดดส่องผ่านช่องฉลุของผนังโลหะคือช่วงเวลาที่ห้ามพลาด จะนั่งไขว้ห้างหน้าตรง หรือมองลงในแก้วกาแฟลาเต้อาร์ตมาดเก๋ๆ ก็กู๊ด จะทำท่าเท่ๆ กัดกราม จือปากพรางสวมแว่นทรงแคทอายก็เฉี่ยวเปรี้ยวไปถึงปากซอย

ที่สุดแห่งสถาปัตยกรรมเชิงศิลปะในเซี่ยงไฮ้ที่ใครก็ไม่ควรพลาด 1933 Slaughterhouse ตึกขนาดใหญ่ที่สร้างด้วยซีเมนต์ และกระจกอีกหลายบานที่ดูมั่นคงเข้มครึ้มคลาสิคเกินกว่าที่จะเป็นผลงานทางศิลปะ และใช่เป้าหมายแรกนางเป็นการฆ่า ที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นโรงฆ่าสัตว์ และแทบไม่น่าเชื่อว่าหลังจากล้างคาวเลือดและชำระตึกแห่งนี้ขึ้นใหม่ ตึกแห่งนี้ก็ได้เปลี่ยนโฉมหน้าจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่ดึงดูดผู้คนและสร้างความสุขได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนมุมที่ถูกใจเราที่สุดคือโซนตรงกลางของตึกที่เค้าจะทำเป็นลักษณะโดมกระจกที่มีแสงสีฟ้าส่องลงมาจากด้านบน เป็นมุมเท่ๆ ที่คนเท่ๆ ต้องห้ามพลาดนะบอกเลย

นี่คืออีกหนึ่งมิวเซียมเซี่ยงไฮ้ที่ยกมือโหวตสุดแขนว่าต้องมา เพราะมันใหญ่โตเว่อร์วังอลังการ ตั้งแต่ทางเข้าที่ล้อมรอบด้วยสวนขนาดใหญ่และงานปั้นดีไซน์เก๋ ที่ด้านในชวนช็อคยิ่งกว่า เพราะบรรจุตัวอย่างสัตว์สายพันธุ์ต่างๆ พืชพรรณนานาชนิดกว่า 240,000 ชิ้น ที่นี่มีทั้งหมดห้าชั้น แต่ชั้นที่จะพลาดไม่ได้ก็คือโซนจำลองสัตว์ต่างๆ ที่มีทั้งเอาตัวจริงมาสตาร์ฟ และหุ่นจำลองเท่าตัวจริงในสเกลหนึ่งต่อหนึ่ง มีตั้งแต่ปลาวาฬ กวางมูส ไปจนถึงไดโนเสาร์พันธุ์คอยาวที่มีหัวอยู่มุมหนึ่งปลายหางอยู่ที่มุมมึง จนเราชักจะเผลอคิดว่าพี่จีนนี้เค้าสร้างโดเรม่อนเสร็จไปกี่ตัวแล้ว

มุมที่พลาดไม่ได้ในการไปเยี่ยมชมเมื่อมาเทียนจินก็คือ Italian Style Town ที่นี่จตุรัสสาธารณะสไตล์อิตาลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน Marco Polo Square และไม่ไกลกันนักแบบเดินถึงก็คือ Dante Square ที่มีรูปปั้นของ Dante Square รัฐบุรุษชาวอิตาลี เป็นย่านที่ยิ่งเดินก็ยิ่งเพลิน ยิ่งเพลินก็แทบจะลืมไปว่านี่คือเมืองจีน แต่นึกว่าเดินอยู่ในอิตาลี เพราะทั้งสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม ร้านอาหาร ผับบาร์ คาเฟ่ก็ล้วนแล้วแต่เป็นสไตล์อิตาเลียน เรียกว่ายกอิตาลีมาไว้ที่นี่ก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นอย่าลืมถ่ายรูปหมุนตัวจิกหน้าผล็อยเท้า แล้วลงรูปบอกเพื่อนว่า “นี่แหล่ะคือจีน มุมใหม่ มามั้ย ใครไม่มา ชั้นมา” ก็ถามเองตอบเองวนไปค่ะ

สถาปัตยกรรมที่ดูแล้วเหลือเชื่อราวกับหลุดออกมาจากจินตนาการนามว่า Chongqing Guotai Arts Center แห่งนี้ หากนึกได้ว่าผู้สร้างคือชาวจีนต่อให้เหนือจินตนาการกว่านี้เราก็เชื่อได้ สถาปัตยกรรมแนวรวงผึ้งที่ออกแบบแนว Eco System ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นแลนด์มาร์คที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมดั้งเดิมของจีนและความก้าวหน้าของจีนให้กับโลกใบนี้อย่างยิ่งใหญ่อลังการ ตาแทบค้างไปเลยตอนได้เห็น และมันถ่ายรูปออกมาได้สวยมาก ภายในบนชั้นสองมีพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงภาพวาดสีน้ำมันเรื่องราวที่เกี่ยวกับจิตวิญญาณของเมืองจีน ใครที่อยากได้ของฝากสายอาร์ตก็มีภาพวาดจำหน่าย ชิคมาก เก๋มาก ท็อปฟอร์มมากกกกแม่ เฮ้ยยยย!!! ไม่มาไม่ได้แล้วป่ะ

ร้านคาเฟ่แสนเก๋ที่ตั้งแต่เห็นประตูร้านก็ทำให้เราคิดว่าเรากำลังยืนอยู่ที่เกาหลีหรือญี่ปุ่นซะมากกว่า ด้านนอกที่ว่าดึงดูดแล้ว ด้านในก็เก๋ไม้แพ้กัน กับโทนขาวน้ำตาลของร้าน ที่ประดับด้วยเฟอร์นิเจอสีน้ำตาลอ่อนแซมด้วยต้นไม้สีเขียวเข้ม และกลิ่นหอมจากขนมอบใหม่ในตู้กระจกเล็กๆ ดูมินิมอลและอบอุ่นเชื่อว่าจะทำให้ทุกคนแทบจะลืมภาพจีนในแบบเดิมๆ ไปได้เลย

ที่นี่ต้องทำให้บางคนอ้าปากค้างกันบ้างแหล่ะ ก็นี่มันจีนแบบที่ชิคกว่าที่คิด … แถมชิคมากเว่อร์ Long Museum West Bund พิพิธภัณฑ์ศิลปะขนาดใหญ่แห่งเซี่ยงไฮ้นี้ถูกสร้างขึ้นโดยสองสามีภรรยาชาวจีนผู้หลงใหลในงานศิลปะและต้องการจะสร้างโปรเจ็คหนึ่งเมืองสองพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเป็นโปรเจคที่ใหญ่ที่สุดที่จะสร้างโดยเอกชนเพื่อรวบรวมผลงานศิลปะจากทั่วโลก ส่วนตัวมิวเซียมที่เราเห็นนี้เค้าได้เอาโครงสร้างเดิมของโรงงานเก่ามาปรับปรุงใหม่ ทำให้ยังเหลือเค้าโครงที่เต็มไปด้วยเส้นสาย ความโค้งมน มิติต่างๆ และเหลี่ยมมุม ที่ชวนให้เข้าไปยืนแอ็คท่าทำหน้าแบบเผลอๆ พร้อมกับรับลมเย็นๆ ที่ริมแม่น้ำไปให้ปลายผม 30 เซ็นพลิ้วไหวเป็นที่สุด

อีกหนึ่งมิวเซียมเซี่ยงไฮ้ที่คนรักงานอาร์ตต้องมา China Art Museum เพราะภายใต้ตึกสีแดงสูงใหญ่ที่มีความโดดเด่นในสไตล์จีนผสานกับความร่วมสมัยที่แสนสะดุดตาและน่าถ่ายรูปนี้ นางคือหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ที่มีห้องจัดแสดงถึง 27 ฮอลล์ แถมยังเป็นพิพิธภัณฑ์ที่สามารถเข้าชมส่วนหลักได้ฟรี แต่หากอยากชมในส่วนอื่นๆ ที่เป็นนิทรรศการหมุนเวียนก็มีค่าเข้าเพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อย สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วๆ ไปอย่างเราแค่ได้เข้าไปไล่ดูงานแบบเรื่อยเปื่อยสลับกับหามุมถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ก็น่าจะต้องใช้เวลาอย่างต่ำชั่วโมงกว่าๆ แน่นอน

ฮิปกว่านี้คงมีแต่ฮิปโปแล้วละ ก็ Testbed 2 Arts Center นางคือแหล่งรวมวัยรุ่นผู้มีหัวใจรักในความชิคเก๋และความเท่ที่เป็นเอกลักษณ์จนเรียกได้ว่าเป็นอาร์ตตัวแม่ เพราะกว่า 10 ร้านคาเฟ่ ที่ตั้งอยู่รวมกันริมแม่น้ำแยงซีเกียงนี้ล้วนแต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ต่างคนก็ต่างขุดไอเดียปลุกความคิดเพื่อพิชิตใจลูกค้าผ่านกลวิธีและศิลปะทุกแบบมาโชว์ของดีใส่กัน จนเกิดอาการรักพี่เสียดายน้อง ร้านนั่นก็อยากเข้า ร้านนี้ก็ดูดี เลยได้แต่เอาวะ อยากเข้าร้านไหนต้องได้เข้า ก็เราไม่ได้มาจีนกันทุกวันนี่หน่า!!! ดื่มกาแฟเสร็จก็อย่าลืมออกไปเก็บทั้งความเก๋และความแกรนด์ที่ริมแม่น้ำสักมุมสองมุม แล้วค่อยแอบนั่งเหลือบมองอาตี๋อาหมวยในลุคคูลๆ ชิคๆ ปิดจ๊อบก่อนกลับด้วยล่ะ

ถนนหลวงห้าแยกที่เริ่มจากทิศตะวันตกและไปจบที่ทิศตะวันออกย่านที่พักอาศัยสำหรับกลุ่มชนชั้นสูงของจีนสมัยก่อน และกลายมาเป็นย่านเดินเล่นที่โด่งดังสุดชิคเก๋ในวันนี้ โดยย่านนี้ได้ถูกแบ่งเป็นห้าโซนและตั้งชื่อตามเมืองดังๆ ของจีนได้แก่เฉิงตู ฉ่งฉิ่ง ฉ๋างเต๋อ ต้าลี่ และมู่หนาน โดยแต่ละโซนจะมาเชื่อมกันที่ Minyuan Stadium สเตเดียมสไตล์ยุโรปที่ใหญ่โตหรูหราหมาเห่า เป็นโซนพื้นที่เปิดให้ประชาชนได้เข้ามานั่งพักผ่อนหย่อนใจ เราก็อาศัยความเบ้าหน้าสไตล์ยุโรปนั่งทำหน้าเนียนๆ กับเค้าไปด้วย คือจะบอกว่าชิวมาก นั่งมองคนสัญจรไปมาเพลินๆ

ขนาดกาแฟไม่เคยเรียก เรายังเพียรสรรหาไปดื่มซะทั่วสารทิศ แล้วนับประสาอะไรกับร้านที่มีชื่อเชิญชวนยวนใจให้ไปหาอย่าง Coffee Call เราจะพลาด นี่คือร้านคาเฟ่แนวป๊อบอัพเล็กๆ แนวมินิมอลเผยให้เห็นปูนเปลือยสีเทาๆ ที่เป็นฉากหลังของโลโก้รูปมือสีแดงขาวที่ดูกวนๆ และน่ารัก เราโหวดให้เป็นเป็นอีกหนึ่งร้านเมืองเซี่ยงไฮ้ที่เหมาะแก่การมานั่งหย่อนขาชิวๆ ดูคนผ่านไปมาเพลินๆ พร้อมสั่งขนมสีแดงชิ้นเล็กๆ กาแฟร้อนในแก้วสีขาวแดงมาเป็นพร้อบให้ภาพดูป๊อบๆ

ถ้าสายช้อปและสายคาเฟ่มาปักกิ่งแล้วไม่ได้มาที่ Taikoo Li Sanlitun ก็คงบอกได้แค่ว่าพลาดมาก เพราะที่นี่มีสินค้าหลากหลายให้เลือกซื้อกันแบบกระจายทั่วทั้งเส้น ไล่ตั้งแต่แบรนด์โลคอลท้องถิ่นยันแบรนด์ไฮเอน และตึกแบบ Low building ที่ดูแปลกใหม่และมีสีสันสดใสอันมีเป้าหมายเพื่อเป็นสวนสวรรค์ของแฟชั่นในอนาคตนี้ ถูกออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังชาวญี่ปุ่น Kengo kuma สับขาให้ไวและเตรียมเงินไว้ใช้ให้เต็มที่ เพราะมันต้องมีของที่โดนใจแกอย่างแน่นอน แต่ถ้าใครไม่ใช่สายช้อปก็ควรมาอยู่ดีเพราะภายในย่านนี้เค้าจัดเต็มให้แกสามารถมาเดินเล่นหามุมถ่ายรูปที่แปลกตาไปอัพรูปเปลี่ยนโปรไฟล์บอกเพื่อนว่าปักกิ่งก็มีแบบนี้เหมือนกันก็ยังได้

เครดิตฟรี

และทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงมุมชิคเก๋บางส่วนจาก 20โลเคชั่น ของ 5 เมือง ณ จีนแผ่นดินใหญ่ที่เรานำมากฝาก ซึ่งถ้าจะให้เล่าถึงความชิคก็คงต้องบอกว่ามีอยู่เยอะกว่านี้มาก มีทุกเมือง เพราะฉะนั้นแกจะพลาดเที่ยวไหนก็ได้ แต่แกพลาดเที่ยวจีนไม่ได้ เอาหล่ะ!!! ใครสนใจอยากจะไปชิคเก๋เมืองไหนก็แค่คลิกเข้าไปที่ เพราะแอร์เอเชียเค้าบินตรงไปลงจีนในราคาที่คุ้มที่สุดแล้ว แต่ถ้าใครอยากเที่ยวต่อเมืองอื่นในจีนที่ไม่มีแอร์เอเชียบินลงก็ไม่ยาก อย่างตอนเราไปเที่ยวปักกิ่งจากเทียนจิน เค้าก็มีรถไฟความเร็วสูงปรี้ด ที่ทั้งสะอาด ได้มาตรฐานระบบสากลที่ดีไม่ต่างจากญี่ปุ่น ถึงเวลาเที่ยวจีนแล้วจ้าาาาาาทุกคน

ก็อย่างที่เราเคยบอกไปหลายครั้งในหลายโพสต์ของทริปจีนแล้วว่า จีนคือตัวพ่อแห่งความสวยงามอลังการ คือตัวแม่แห่งความชิคเก๋ คือสิ่งมหัศจรรย์ของจักรวาล คืองานช้างที่โลกต้องจารึก เรารู้ว่าแกกลัวจีนไปตามจินตนาการต่างๆ นานา แต่จงเก็บความกลัวของแกไว้ก่อน แล้วขยี้ตาดูดีๆ ว่าแกจะยอมพลาดความงานระดับโลก ความชิคเก๋ระดับสากลขนาดนี้ เพียงเพราะสิ่งที่แกก็ไม่เคยเห็นกับตา ไม่เคยได้ยินเองกับหูจริงๆ หรอ ลบอคติทั้งหมดทิ้ง แล้วก้าวสู่โลกแห่งความจริงด้วยตาตัวเองไม่ดีกว่าหรอ ออกมาเถอะ มาพิสูจน์ไปกับเรา แล้วจีนครั้งที่สอง สาม สี่ จะตามมาแน่นอน

สล็อต xo