เที่ยวมันส์กว่าที่คิด“China” more than just an ordinary trip

บนหนทางกว่าหมื่นลี้จากสี่สิบกว่าประเทศที่เราไปมา ทุกที่มีล้วนเสน่ห์และเรื่องราวเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกัน แต่หนึ่งในประเทศที่ไปมาแล้ว … รู้สึกทึ่งในความหลากหลายราวกับเอาหลายร้อยประเทศทั่วโลกมารวมกันนั้นก็คือ “จีน” นั่นเอง ก็แหมพี่จีนเค้าไปสุดในทุกเรื่อง สวยสุด ป่วนสุด สนุกสุด มันเลยมันส์สุดๆ ทุกครั้งที่หมุดหมายคือประเทศจีนน่ะสิ ขอบอกเลยนะว่า ถ้าแกอยากเพิ่มความมันส์และสีสันให้ชีวิต แกต้องไปเที่ยวจีนสักครั้ง แล้วแกจะมีครั้งสอง สาม สี่ ตามมาแบบติดๆ เพราะจีนจะทำให้แกสนุกแบบดุ้งๆ อารมณ์พุ่งๆ ในทุกการเดินทาง ไหนจะภาษาที่เหล่ากงเหล่าม่าไม่เข้าใจ งานนี้มือ เท้า เข่า ศอกก็ยังต้องเอามาร่วมอธิบาย (จริงๆ ก็แค่มืออ่ะเนอะ) ไหนจะอาหารที่ทั้งชวนหิวและขมวดคิ้วในเวลาเดียวกัน ไหนจะกิจกรรมมันส์ๆ อีก 108 อย่างท่ามกลางที่เที่ยวระดับมรดกโลกบ้าง สิ่งมหัศจรรย์ของโลกบ้าง ที่มีอยู่แทบทุกเมือง งานนี้รอช้าไม่ได้นาจา … รีบตามมาเราจะพาไปชมความสวยสุดมันส์สวรรค์แดนมังกร กับ 22 โลเคชั่นหลากสไตล์ที่ชวนซู๊ดปาก และตีตั๋วตามมากที่สุด

slotxo

สองมือล้วงกระเป๋าสองเท้าก้าวเข้ามา มีเสื่อกางเสื่อ มีสาดปูสาดกันไว้ให้ดี เพราะแค่ที่แรกนี้ก็สวยตะลึงพรึงเพริดเลอเลิศราวกับนิยายไซไฟแฟนตาซี ก็แน่ล่ะ เพราะนี่คือหุบเขาที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับเรื่องอวตาร ภาพยนตร์ที่มีเนื้อเรื่องและฉากอลังการจนขึ้นแท่นอันดับหนึ่งของภาพยนตร์ที่ทำรายได้มากที่สุดตลอดกาล ( ก่อนจะถูกโค่นลงไปในปีนี้จากเรื่อง the average ) สถานที่ท่องเที่ยวระดับเอห้าของจีน (ระดับสูงสุดของสถานที่ท่องเที่ยว) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกด้วย มงลงมากกกก สวย สูง ใหญ่ ยาว อลังการขนาดนี้ แต่มีข้อดีคือเราสามารถเดินขึ้นไปสำรวจและชมความสวยงามได้ง่ายๆ แบบไม่เหน็ดเหนื่อยอะไรมากนัก เพราะเขามีทั้งทางเดินริมเขา รถบัส กระเช้า และลิฟต์แก้วคอยรับส่ง แม้ที่นี่จะไม่ได้สนุกมันส์สไตล์แอดแวนเจอร์ แต่รับรองที่นี่จะมอบจินตนาการสุดมันส์และความฝันแสนบรรเจิดให้แกผ่านวิวสุดสายตาได้อย่างแน่นอน

ที่แรกผ่านไปแบบสวยเด็ดเข็ดฟันพร้อมรางวัลขวัญใจช่างภาพแบบไม่ค้านสายตา ที่ต่อมาก็สวยงามไม่แพ้กันเพราะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความสวยระดับเอห้าที่มาพร้อมสไตล์แอดแวนเจอร์ กระเช้าจากตีนภูเขาจะพาแกทะยานฟ้าฝ่าหมอกและไอหนาว ขึ้นไปพิสูจน์ความสวยบนภูเขาที่มีชื่อว่าภูเขาหิมะมังกรหยก หยกแท้ชิ้นงามที่ไม่อาจประเมินค่า เส้นทางความมันส์ที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี และเพราะแกไม่ใช่ฟงอวิ๋นที่จะขี่พายุทะลุฟ้าพร้อมร่างกายที่แกร่งกล้า งานนี้ออกซิเจนกระป๋องจะกลายมาเป็นอีกหนึ่งอวัยวะที่สำคัญพอๆ กับกล้องถ่ายรูปไปโดยปริยาย เดินไป สูดอากาศจากกระป๋องไป ถ่ายรูปไป เป็นประสบการณ์ที่แปลกแหวกแนวและหาได้แค่แถวๆ ที่ความสูงระดับนี้เท่านั้น ใครที่เป็นสายลุย เราการันตีเลยว่าต้องห้ามพลาดกับเส้นทางที่สูงกว่า 5,596 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลเส้นนี้

คนเรามีขึ้นก็ต้องมีลง มียอดเขาก็ต้องมีหุบเขา เราเลยขอพาพวกแกลงลิฟท์แก้วไปยังหุบเขาสวรรค์ ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจีนเชื่อกันว่าเป็นประตูแห่งสรวงสวรรค์ สถานที่เชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์และโลกเทวดา เพื่อตามหามุมโรงเตี๊ยมหนึ่งในฉากที่เป็นไฮไลท์เด็ดของเรื่องทรานฟอร์มเมอร์ แกเอ๊ยยยย เชื่อแล้วว่าถึงไม่ตายคนเราก็ไปสวรรค์ได้เพราะตลอดเวลาที่เราเดินอยู่ในหุบเขา ทุกมุมไม่ว่าจะหันซ้าย แลขวา มองข้างหน้า เหลียวไปข้างหลัง ก้มลงข้างล่าง หรือเงยขึ้นข้างบนก็สวยแบบหมดจด ฟ้าจรดพิภพจริงๆๆๆๆ แต่การไปสวรรค์อ่ะเนอะ มันก็ใช่ว่าจะง่าย เดี๋ยวต้องเดินเท้า เดี๋ยวขึ้นกระเช้า เดี๋ยวลงลิฟท์ มันก็ต้องมีความหลงผิด หลงถูก หลงแล้วหลงอีกเป็นธรรมดา แต่แต้มบุญจากการชอบเล่นใหญ่ยังมี หลงตรงไหน งงที่ใดก็ตรงปรี่เข้าไปหาอากงอาม่าผู้โหวกเหวกโวยวายในทันที แล้วแกก็จะได้รับการตอบกลับเป็นเสียงสวรรค์ที่ดังจนแก้วหูสั่น และการนำทางอย่างใจดีขัดกับลุคที่เห็นเป็นอย่างมาก ดีที่มีแค่สองมือเพราะกว่าจะได้มุมที่ต้องการก็เล่นเอามือเกือบพันกัน เม้าส์มันส์แบบฟังไม่รู้เรื่องจนตอนกลับเจอใครก็ยิ้มทัก โบกมือทักทาย กลับบ้านบายใจยกมือไม่ขึ้นไปสองวัน มันส์จริงๆ

อีกหนึ่งความว้าวที่ทำให้รู้สึกว่าพี่จีนเค้าใจถึงพึ่งได้จริงๆ ก็คือเขาเทียนเหมินซาน ประตูสวรรค์แห่งจางเจียเจี้ยที่นอกจากจะมีความสูงเฉียดสวรรค์แล้ว ลักษณะของภูเขาที่มีช่องขนาดใหญ่จากการระเบิดตามธรรมชาติที่เมื่อมองจากด้านล่างจะเหมือนกับช่องโหว่นี้เป็นประตูเข้าสู่สวรรค์ นอกจากความสวยงามตระการตาของธรรมชาติแล้วที่นี่ยังมีเส้นทางถนนสุดคดเคี้ยวที่เลี้ยวลดถึง 99 โค้ง จนไม่คิดว่าจะมีใครทำได้ เป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่ง ยังไม่พอที่นี่ยังเป็นเส้นทางกระเช้าที่ยาวที่สุดในโลกถึง 7.5 กิโลเมตร ให้เราได้นั่งชมวิวกันยาวๆ ถึงเกือบ 40 นาที และความพีคที่ทำให้เกิดเสียงลือเสียงเล่าอ้างดังกระฉ่อนไปทั่วโลกก็คือระเบียงกระจกริมผา เรียกว่ารอท้าแสนยานุภาพแห่งความเสียวด้วยระยะทางถึง 60 เมตร ใครที่กลัวความสูงรับรองว่ามีร้องแน่ๆ แต่ใครที่ชอบความเสียวรับรองได้เปรี้ยวตลอดเส้นทาง วิวด้านบนก็สวยจุกคุ้มค่าเหมือนมาสวรรค์จริงๆแก

สถานที่ต่อไปที่สวยแบบไม่ให้พักหายใจหายคอก็คือ ทะเลสาบสรวงสวรรค์หวางหลง มรดกโลกทางธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งของจีน ที่นี่แกต้องพูดคำว่าสวยจนเหนื่อยแน่นอนเพราะตลอดระยะทาง 7 กิโลเมตร แกจะได้เจอกับบ่อน้ำ น้ำตก ถ้ำ และสายธารสีฟ้าใสที่สวยจนเหมือนกับสวรรค์(ไม่เคยไปแต่เดาดู) ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหน อย่างตอนที่เราไปใบไม้สีเขียวที่ชุ่มฉ่ำในหน้าฝนก็สวยหมดจด แต่เมื่อคิดว่ามันกำลังถูกปกคลุมด้วยหิมะก็คงไม่มีที่ติ แล้วถ้าหากเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีก็คงจะสวยเกินจินตนาการ ลองนึกภาพว่าภาพแรกที่แกได้เห็นจะทำให้แกคิดว่านี่คือบ่อน้ำที่สวยที่สุดในชีวิตของแกแล้ว จนเมื่อแกเดินลึกเข้าไปอีก แกก็คิดอีกครั้งหนึ่งว่านี่คือบ่อน้ำที่สวยกว่าบ่อน้ำที่สวยที่สุดในชีวิตของแกเมื่อกี้สะอีก แล้วพอแกเดินเข้าไปอีกความคิดเหล่านั้นก็วนซ้ำไปจนแกไม่อยากเดาแล้วว่ามันจะไปสวยที่สุดที่ตรงไหน ก่อนที่แกจะระลึกได้ว่า อ้อ!!! มันสวยที่สุดตรงที่เราได้มาเห็นด้วยตาตัวเองนี่แหล่ะ โอ๊ยยยยยย …. เดินมันส์ วิวสวย ขนลุกมากแล้วแม่

xoslot

แชงกรีล่าตำนานความสวยงามในอุดมคติ เมืองเก่าใกล้หลังคาโลกที่สวยงามแห่งนี้ มีหนึ่งโลเคชั่นต้องห้ามพลาดที่ไม่ว่าใครก็ตามที่ไปแชงกรีล่าจะต้องหาเวลาขึ้นไปให้ได้นั่นก็คือ ภูเขาหิมะสือข่า ภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งกวางสีแดงที่จะทำให้แกรู้สึกเหมือนกำลังเดินทางสู่สวรรค์ในทันทีที่กระเช้าถูกปล่อยตัวจากสถานีด้านล่าง ช่วงที่กระเช้าค่อยๆ ไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อไปยังจุด 4,449 เหนือระดับน้ำทะเล เราผ่านทั้งหุบเขาทุ่งหญ้าในยอดเขามากมาย ยิ่งสูงก็ยิ่งสวย ยิ่งสวยก็ยิ่งใจเต้นแรง พอถึงจุดที่สามารถเดินชมวิวด้วยตัวเอง ก็เป็นอีกหนึ่งความมหัศจรรย์ เพราะทุกๆ ก้าวเดินแกก็จะได้เห็นวิวใหม่ๆ อยู่เสมอจนแทบไม่อยากกระพริบตา และไม่สามารถหยุดกดชัตเตอร์ได้เลย ซึ่งหากมาในฤดูที่แตกต่างกันไปวิวที่เห็นตรงหน้าก็จะถูกปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดตามกระแสลมและอุณหภูมิ และนี่คือความการเดินทางที่มันส์หยดติ๊ง แต่เหงื่อแห้งสนิท เพราะกระแสลมหนาวพัดไล่ความร้อนไปจนหมด

ถ้าเส้นทางที่ผ่านๆ มายังไม่สามารถกระตุ้นต่อมความตื่นเต้นของแกได้ เราขอแนะนำให้แกแลนดิ้งทิ้งตัวมายังเขาหัวซาน นั่งกระเช้าแล้วไปไต่เขาบนเส้นทางที่อันตรายที่สุดในโลกที่แค่เห็นก็เล่นเอาเหงื่อตกกันดีกว่า บนภูเขาแห่งนี้มียอดเขาให้เราพิชิตถึงห้าจุด เหมาะสำหรับสายลุยที่พร้อมบุกทุกเส้นทาง แต่งานนี้ไม่ว่าแกจะลุยแค่ไหนก็ต้องมีแขนสั่นขาสั่นกันบ้างแน่ๆ เพราะทางเดินบางช่วงมีเพียงไม้กระดานแผ่นเดียวที่ริมผา แถมบางช่วงก็แคบจนเดินได้แค่ทีละคนเท่านั้นเอง เรียกว่าวัดใจ วัดดวงกันแบบถึงกึ๊น ใครไม่ไหวรีบบอกไม่ไหว ยอมรับความพ่ายแพ้แล้วหันหลังกลับไปขึ้นกระเช้าแทนจะดีที่สุดเลยเว้ยแก เพราะทางซอฟๆ ที่ความสวยรุนแรงต่อใจเค้าก็มีนาจา อยากลุยระดับไหนก็เลือกเลย

แหม! เป็นรีวิวที่ใช้คำว่าความสวย ความเสียว ความมันส์ได้สิ้นเปลืองเหลือเกิน แต่ก็ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดได้ดีกว่านี้แล้วนี่หน่า อย่างที่ต่อมาก็เช่นกัน เพราะมันคือจุดหมายปลายทางของสายเทรคกิ้ง กับสองเส้นทางพิชิตทะเลสาบบนความสูงหลายพันฟุต ซับซ้อนซ่อนความสวยยิ่งกว่านิรากับอาชัชก็อุทยานย่าติ่งนี่ล่ะ เพราะแม้ว่าที่นี่จะเป็นอุทยานที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลหลาย 1,000 เมตร แต่สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ที่ทุกคนต่างอยากไปเยี่ยมชมก็คือเหล่าทะเลสาบ ที่มีทั้งทะเลสาบไข่มุกทะเลสาบห้าสี, ทะเลสาบน้ำนม และทะเลสาบกบ เป็นไฮไลท์หลักของอุทยานแห่งนี้ ก็ภาพทะเลสาบสีฟ้าใสที่รายล้อมด้วยยอดเขาสูงปลายแหลมช่างดูเชิญชวนแตกต่างจากทะเลสาบอื่นๆ ที่เราเคยไป จนต้องออกเดินทางมาตามล่าเก็บความสวยด้วยตาของตัวเองให้ได้สักครั้งหนึ่ง และมันก็สวยคุ้มค่ากับแคลอรี่ที่เสียไปในระหว่างเดินแบบมากกกกก

และแล้วก็มาถึงตัวแม่แห่งวงการสิ่งมหัศจรรย์ของโลก กำแพงเมืองจีน ป้อมปราการแห่งแดนมังกร ที่มีความยาวกว่า 20,000 กิโลเมตร จนถูกเปรียบเปรยแบบอติพจน์โวหารว่าสามารถมองเห็นได้จากอวกาศเลยทีเดียว (จริงๆ คือมองไม่เห็น) แล้วถ้าแกกำลังคิดว่ามันก็แค่กำแพงป้อมปราการที่สูงๆ ใหญ่ๆ จะมีอะไรที่ต้องเดินเข้าไปดูถึงที่ด้วยแล้วล่ะก็ แกกำลังคิดผิด!!! แต่ถ้าแกกำลังคิดอยากจะไปเยือนจีนโดยการเลือกเหยียบสิ่งมหัศจรรย์ของโลกเป็นที่แรกแล้วล่ะก็ แกกำลังคิดถูก!!!! เพราะนี่คือแนวกำแพงที่ทอดยาวเหนือสันเขา โลเคชั่นที่ดีที่สุดที่จะชมวิว อดีตแนวรบแถวหน้าจึงได้กลายมาเป็นคาเฟ่กลางสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในปัจจุบัน เพราะแต่ละป้อมที่แกเห็นจะมีเหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าเอาของขึ้นไปขาย ทั้งกาแฟและน้ำดื่มพร้อมมีเก้าอี้ให้นั่งคลายเหนื่อยจากเส้นทางที่ชันมาก ชันน้อย และชันที่สุดอยู่! ถามจริง จะมีสิ่งมหของโลกแห่งไหนให้แกได้ทอดน่องขนาดนี้อี๊กกกกก มาเถอะ!!!! แล้วจะรู้ว่าจีนให้อะไรมากกว่าที่แกจะจิตนาการได้จริงๆ

อีกหนึ่งสถานที่ชวนอึ้ง ชวนตะลึงให้ความใจถึงของพี่จีน อะไรที่จีนบอกจะทำนางต้องทำให้ได้ และต้องทำแบบพุ่งๆ จุกๆ ให้คนที่เห็นตะลึงงันกันไปเลย อย่างเช่นผลงานการแกะสลักหินต้าจู๋ที่มีอายุกว่า 11 ทศวรรษแห่งนี้ ที่ได้มีก่อสร้างต่อเนื่องกันกว่า 400 ปี ตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 จนถึงศตวรรษที่ 13 จนออกมาเป็นกลุ่มผาหินแกะสลักกว่า 70 จุด ผ่านเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตศาสนา และวัฒนธรรมกระจายอยู่ทั่วภูเขา จนกลายมาเป็นมรดกโลกชิ้นสำคัญที่ทำให้มนุษย์ยุคปัจจุบันยังต้องใจสั่น เพราะทึ่งกับความสามารถในการใช้เครื่องมือยุคเก่าสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ที่นี่อาจไม่ได้ทำให้เราใจเต้นแรงจากวิว 360 องศา ไม่ได้ทำให้ร้องว๊าวจากความสนุกหวาดเสียว แต่มันก็ทำให้เราขนลู๊กกกกกกมาก และใช้คำว่าทำได้ยังไงเปลืองมากสุดๆ จนอยากจะคาราวะ 3 จอกให้ผู้สร้างทุกคนเลยแก๊

แม้ประวัติศาสตร์เรื่องราวของจีนจะมีมากมายยิ่งกว่าอ่านสามก๊กครบสามจบ แต่หนึ่งในเรื่องราวที่เราเชื่อว่าคนทั้งโลกต้องได้ยินการกล่าวถึงกันมาบ้าง … คงเป็นเรื่องราวของจักรพรรดิที่ขึ้นชื่อว่ายิ่งใหญ่ที่สุดพระองค์หนึ่งอย่างแน่นอน เพราะแม้แต่หลุมฝังพระศพของพระองค์ก็ยังกลายมาเป็นมรดกทางวัฒนธรรมให้คนทั่วโลกได้ชื่นชม เราบอกเลยนะว่าที่นี่ทำให้เราตื่นเต้น ตื่นตา ตื่นใจได้มากตั้งแต่เข้าจนออกแบบสุดๆ ที่สุดเลยเว้ยแก คนที่ไม่ได้อินกับประวัติศาสตร์ก็อาจจะคิดว่ามาทำไม อย่างเราในตอนแรกเป็นต้น แต่หลังจากที่แกได้เดินผ่านกองทหารดินเผาที่มีหน้าตาและรูปร่างไม่เหมือนกันเลยแม้แต่ชิ้นเดียว กองทัพรถม้าม้าศึก และอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีมากกว่า 70,00 ชิ้น และมีอายุมากกว่า 2,000 ปีชิ้นแล้วชิ้นเล่า และไปจบที่ห้องบรรจุพระบรมศพที่สูงถึง 15 เมตร และกว้างกว่า 100 เมตร แกจะค่อยๆ รู้สึกถึงความสุดยอดที่ปนเปไปด้วยความชื่นชมและความสงสัย และออกมาด้านนอกพร้อมความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น จนเราขอยกให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่ทำให้อดีนลีนพุ่งพล่านได้มากที่สุดในใจเลย

ว๊าวแบบไม่หยุดแม้ในจุดที่มีแต่ตึกสูง เทียนจินขึ้นชื่อว่าเป็นมหานครที่แสนจะศิวิไลซ์ แต่เชื่อไหมว่าเรายังสามารถหาที่เช็กอินที่สะท้อนวัฒนธรรมและรากเหง้าแห่งความเป็นจีนได้ที่ China Porcelain House บ้านรูปทรงโบราณแบบฝรั่งเศสสีสันจัดจ้าน ที่ถูกแต่งแต้มทั้งผนังและเพดานด้วยกระเบื้องเคลือบสีสันสดใสอายุเกือบ 100 ปี ที่มาทั้งในรูปแบบครบ 32 และแบบที่แตกละเอียดแต่ยังเหลือชิ้นดี ความสวยงามสุดประณีตบรรจงนี้เกิดจากนักธุรกิจที่ชื่นชอบและสะสมกระเบื้องเคลือบไว้หลายพันชิ้น ก่อนจะปิ๊งไอเดียเอาของสะสมออกมาทำบ้านโชว์เป็นพิพิธภัณฑ์ซะเลย นักท่องเที่ยวอย่างเราเลยพลอยได้อานิสงส์เข้าชมบ้านสุดว้าวราวกับหยุดเวลาไว้ท่ามกลางแสงสีของเมืองมหานครที่เหมาะกับเป็นแบ็คกราวยามถ่ายรูปหลังนี้ด้วย

ที่เที่ยวต่อมาที่เราอยากแนะนำคือวัดจีน…ใช่จ้า วัดจีน ไม่ต้องทำหน้าเจื่อนไปนะ เพราะวัดซงจ้านหลินแห่งนี้มีความไม่ธรรมดาอยู่หลายจุด ที่นี่เป็นวัดที่จำลองแบบมาจากพระราชวังโปตาลากรุงลาซา ธิเบต มันจึงมีอีกชื่อหนึ่งคือวัดโปตาลาน้อย มีอายุกว่า 300 ปี ด้านนอกจึงมีการตกแต่งด้วยสีทองผสมกับสีเหลืองและส้มเป็นหลัก และมีหลายอาคารให้เราเข้าเยี่ยมชม แม้จะน่าเสียดายที่เค้าไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปภายใน แต่การได้เดินเล่นโดยไม่ต้องคิดหามุมถ่ายรูปค่อยๆ พิจารณาสิ่งรอบๆ ตัวด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า พร้อมกับฟังเสียงสวดมนต์ของท่านลามะก็เป็นความสุขที่สงบแตกต่างจากที่อื่น และนอกจากเดินเข้าอาคารนี้ออกอาคารนู้นไปเรื่อยๆ แล้ว ก่อนยังสามารถไปเดินชมบึงบัวหน้าวัดเพื่อชมทิวทัศน์และวิถีชีวิตโดยรอบ เพราะมันยังเป็นจุดชมวิววัดแห่งนี้ได้สวยที่สุดมุมหนึ่ง เรื่องความมันส์อาจไม่เท่าที่อื่นๆ แต่ถ้าเรื่องความสุขสงบเราต้องขอยกนิ้วให้

เครดิตฟรี

การมาเยือนที่นี่ก็เปรียบเสมือนยืนอยู่บนอดีตแล้วมองเห็นอนาคต เพราะมันคือหนึ่งในกำแพงเมืองของจีนที่ยังคงความสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่ง กำแพงซีอานแห่งนี้ตั้งล้อมรอบเมืองมานานนับ 1,000 ปี มันยืนหยัดผ่านกาลเวลาอย่างมั่นคง ดำรงอย่างไม่เปลี่ยนแปลง แม้รอบข้างจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นตึกสูงที่ทันสมัยและศิวิไลซ์ แต่อดีตได้ถูกหยุดไว้ ณ ที่แห่งนี้แล้ว ที่สำคัญเหนือกว่าการยืนอยู่บนกำแพงเมืองก็คือการปั่นจักรยานชมอดีตควบคู่ไปกับปัจจุบันมันซะเลย เพราะปราการแห่งนี้มีความยาวโดยรอบถึง 13.7 กิโลเมตร และเป็นทางราบเรียบไม่เหมือนกำแพงเมืองจีนที่สร้างบนสันเขา หากจะเดินให้ทั่วคงต้องทำเรื่องมาขอแคมป์ปิ้ง แต่ถ้าว่าปั่นน่ะทั่วมั้ย ก็ไม่ทั่วหรอกจ้า แต่มันได้อารมณ์ชิวๆ ฟีลยามเย็นที่แสนเพลิดเพลิน เป็นความเก๋ไก๋แบบร่วมสมัย เป็นการเดินทางผ่านกาลเวลาคู่ขนานที่มีแต่จีนเท่านั้นที่ให้ได้

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้จีนเที่ยวมันส์กว่าที่คิด แม้ในเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน เราสามารถเห็นและเที่ยวอะไรได้อย่างมากมายเกินคาด เพราะการเดินทางไนจีนนั้นสะดวกรวดเร็ว จากรถไฟความเร็วสูงที่มีเส้นทางให้เลือกหลากหลาย อย่างเช่นช่วงเช้าเราไปเดินเล่นๆ ปั่นจักรยานชมวิวที่กำแพงเมืองซีอาน พอบ่ายคล้อยได้หน่อยก็ย้ายไปสำรวจเมืองโบราณที่ลั่วหยาง แหล่งกำเนิดของอารยธรรมในประเทศจีน อดีตเมืองหลวงสมัยราชวงศ์เซี่ย ทำให้ที่นี่มีเมืองโบราณเรียงกันตามแม่น้ำถึงห้าแห่ง จนได้รับการขนานนามว่า “ชุมชนเมืองหลวงห้าแห่งในลั่วหยาง” ทำให้ 1 วันของเราเปลี่ยนรสชาติได้หลากหลาย เติมสีสันได้มากมาย เปลี่ยนฉากเพิ่มสตอรี่ และใช้เวลาได้คุ้มเกินเบอร์มากๆ

อีกความโมเดิร์นของมหานครเทียนจินที่จะทำให้การเที่ยวชิคก็มันส์ได้ … แกต้องห้ามพลาดไปทำตัวไฮโซโก้เก๋ซ้ำเท่ซะไม่มีด้วยการหาหนังสืออ่านเล่นนอกเวลาที่ Tianjin Binhai Library ห้องสมุดแห่งใหม่ แลนด์มาร์คสุดทันสมัย โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมชวนอึ้งที่เทศบาลเทียนจินได้ทุ่มงบสร้างห้องสมุด 5 ชั้น ในรูปทรงคล้ายดวงตาหัวใจสำคัญของการอ่าน และอัดหนังสือไว้เต็มเปี่ยมจนได้ฉายาว่า “มหาสมุทรแห่งหนังสือ” ที่นอกจากจะเป็นแหล่งรวมปัญญาแล้วยังกลายเป็นแหล่งรวมอินสตราแกรมเมอร์จากทั่วโลกให้มายืนแอคถ่ายรูปกันจนทั่วบริเวณ แต่อย่าลืมรักษาความสงบด้วยล่ะ เพราะยังไงซะที่นี่ก็คือห้องสมุดนะแก เดี๋ยวชาวบ้านจะหาว่าไร้วัฒนธรรรมเอาได้

ถ้าอยากเที่ยวมันส์ๆ แบบชิคกะด๊าวร้องว้าวจนปากสั่นก็ต้องมาที่นี่แหล่ะ Huaujueping Grafiti Street แห่งเมืองฉงชิ่ง เพราะมันคือสตรีทอาร์ตที่ถูกเคลมว่าใหญ่ที่สุดในโลก เพราะไม่เพียงแต่แค่การเพ้นท์ตึกร้างเหมือนที่อื่นทั่วไป แต่ตึกแทบทุกตึกรวมถึงที่อยู่อาศัยก็ยังกลายเป็นพื้นผ้าให้กับศิลปินได้รังสรรค์ผลงานแบบไม่มีลิมิต จนเหมือนกำลังเดินอยู่ในความฝันและสตูดิโอที่ใหญ่ที่สุดในโลก อารมณ์แบบทุกๆ การเดินผ่านแต่ละช่วงตึกคือการเปลี่ยนแบล็คกราวถ่ายรูป เพราะฉะนั้นเมื่อเข้ามาที่ย่านนี้ก็เตรียมตัวรัวชัตเตอร์ หาท่าโพสไว้ให้ดี เพราะมีให้ถ่ายรูปตลอดทางจนหนำใจ

เพราะศิลปะไม่ได้จำกัดแค่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ แม้แต่ร้านคาเฟ่สุดชิคของเซี่ยงไฮ้ที่เรากำลังจะพาพวกแกไปลองดื่มนี้ ก็คือผลงานศิลปะที่แสนจะหอมหวาน S.Engine Coffee เป็นร้านคาเฟ่สีขาวสองชั้นที่ถูกออกแบบโดยเน้นทรงโค้งมนที่ทุกอย่างดูไร้เหลี่ยมมุม เชื่อมต่อกันได้แบบไม่ขัดตา เปิดรับแสงธรรมชาติผ่านกระจกบานใหญ่ กาแฟที่เสิร์ฟของร้านคือเมล็ดกาแฟที่ถูกคัดเลือกโดยบาริสต้าสกิลสูง ที่อร่อยลงตัวยิ่งขึ้นเมื่อทานคู่กับเบเกอร์รี่หอมกรุ่นที่อบสดใหม่ในทุกวัน จะมานั่งดื่มกาแฟดีๆ กินขนมก็สุขใจ จะมาถ่ายรูปก็มีให้เลือกหลายมุม ถ้าใครอยากหาไรเท่ๆ เราแนะนำที่นี่เลย

เฟ่เล็กๆ ที่เชิญชวนให้เข้าไปนั่งจากตัวหนังสือสีแดงที่ให้อารมณ์ทั้งความอินเตอร์และความเป็นจีน ร้านโทนขาวแดงแสนเก๋นี้เหมาะกับการสั่งเครื่องดื่มและเค้กมาเพื่อถ่ายรูปก่อนกินเป็นอย่างมาก เพราะโทนสีและความน่ารักน่ากินมันโดนใจสายคาเฟ่แบบเรามากๆ ที่สำคัญคือที่นี่ขายเครื่องดื่มหลากหลาย กาแฟรสชาติดี และเค้กก็อร่อยสมหน้าตาสุด

ที่ต่อไปงานนี้การันตีความมันส์ทั้งครอบครัว เพราะนอกจากที่นี่จะเป็นพิพิธภัณฑ์ชั้นยอดที่ใครมาดูก็ต้องบอกว่าเยี่ยมแล้ว ยังเป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศจีน ตัวตึกโดดเด่นสะดุดตาด้วยรูปลักษณ์ที่แสนจะทันสมัยแต่ก็ยังคงไว้ความเป็นจีน กับสัญลักษณ์รูปปั้นมังกรสี่ตัวกำลังจับลูกแก้ว ที่เหมือนเป็นโมเลกุลของอะไรซักอย่างหนึ่งตั้งแต่หน้าทางเข้า พอเดินเข้าไปข้างใน ก็จะพบกับอุปกรณ์วิทยาศาสตร์และเครื่องมือสำหรับทดลองที่ชวนอึ้งหลากหลายโซน แต่โซนที่เด็ด ๆ และไม่ควรพลาด เราขอยกให้เป็นโซน Animal’s world ที่ได้ยกกองทัพสัตว์จากแต่ละทวีปมาปลุกปั้นให้ดูเหมือนมีชีวิตโลดแล่นอยู่ทั่วอาณาบริเวณของชั้นหนึ่ง โซน World of Robot ที่จะมีโรบอทหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม มาโชว์ความสามารถทั้งการวาดรูปหรือเล่นเปียโน แถมยังขึ้นไปร่วมร้องเพลงกับเจ้าหุ่นยนต์ได้ด้วยนะ และโซนอื่นๆ อีกมากมาย ที่นี่ถูกออกแบบมาให้สนุกสนานน่าสนใจ ใครเห็นก็อยากจะเข้าไปลองพิสูจน์ นอกจากพิพิธภัณฑ์แบบถาวรแล้วที่นี่ยังมีโรงละครวิทยาศาสตร์ ที่มีการแสดงจัดเต็มทั้งแสงสีเสียงยิ่งใหญ่อลังการก้าวหน้าทันสมัยล้ำยุคจนเราได้แต่อ้าปากค้างอยู่ด้วย ทำให้เรารู้สึกว่าการเรียนรู้และพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบันไม่ได้น่าเบื่อเหมือนอย่างในอดีตอีกต่อไป

สวนสนุกจากแบร์นที่การันตีความฝันอันสดใสให้กับนักท่องเที่ยวมาอย่างยาวนาน เซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ งานนี้ขึ้นรถไฟสายความจริงมาเดินทางสู่ความฝันไปด้วยกัน กับโซนเครื่องเล่นถึง 4 โซน เริ่มที่โซน Tomorrowland ที่มีตัวท็อปชวนหวาดเสียวคือรถไฟเหาะที่ได้อินสไปเรชั่นมาจากเรื่อง TRON: Lagacy ที่ด้านในหวือหวา อลังการ งานกาเลคซี่ หลุดโลก ใครอยากกรี้ดยาวๆ ต้องเริ่มที่นี่ โซนถัดมาคือ Treasure Cove ที่ยกอ่าวในช่วงยุคศตวรรษที่ 18 ของสเปนแถบเกาะแคริบเบียน อันได้แรงบันดาลใจมาจากหนังดังอย่าง Pirates of the Caribbean ให้เราได้นั่งเรือบุกถ้ำโจรสลัดชื่อก้องโลก Jack Sparrow กันแบบใกล้ชิด เฟี้ยวฟ้าวมะพร้าวแก้วสุดๆ โซนถัดมาที่บอกได้เลยว่าเป็นโซนหลักของสวนสนุกทุกที่ทั่วโลกของดิสนีย์แลนด์ โซน Fantasyland ที่ตั้งของปราสาทดิสนีย์ที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาปราสาทดิสนีย์ทั่วโลกอีกด้วย แถมรอบๆ ข้างก็มีเครื่องเล่นจากคาเรคเตอร์ดังๆ ของดิสนีย์ เช่น สโนว์ไวท์ดับคนแคระทั้ง 7 หมีพูห์ ฯลฯ และโซนสุดท้าย Adventure Isle โซนเกาะในเขตร้อนชื้นที่เต็มไปด้วยป่าและสัตว์ป่าให้ได้ผจญภัยกันแบบมันส์ๆ งานนี้รับรองความมันส์แบบเกินลิมิตแน่นอนจ้า

สนุกมันส์ทั้งครอบครัวได้ทั้งวันกับสวนน้ำฉางหลง ที่เปิดฉากแรกได้ตื่นตะลึงกับอควาเรียมมาตราฐานระดับโลก เดินสำรวจโลกใต้ทะเลกันแบบใกล้ชิดชนิดที่หางแทบงอก เผชิญหน้ากับสัตว์ทะเลตัวจิ๋ว ไปจนถึงไซส์ยักษ์หย่ายยยย โบกมือให้เหล่าฉลามวาฬ เพนกวิน โลมา วาฬเบลูก้า ไปจนถึงหมีขั้วโลก ไม่ว่าจะวัยไหนก็เลิฟยิ้มแก้มปริ พูดภาษาอุ๋ง ๆ เสียงสองกันพอให้คิ้ว ๆ ก็ไปต่อกันได้ที่โซนหวาดเสียว เรียกเสียงกรี๊ดให้ดังสนั่น เพราะงานนี้มีทั้งรถไฟเหาะจอมโหด ที่จะวิ่งเร็วจี๋แบบไม่ปราณีหน้าไหน หรืออยากจะสายแบ๊วใส น่ารักกรุบกริบก็มีเครื่องเล่นให้เลือกอีกมากมาย งานนี้ไปแต่เช้าากลับอีกทีพระอาทิตย์แทบบอกลา แต่การันตีความสนุก คุ้มค่า เที่ยวมันส์ทั้งครอบครัวแน่นอน

สล็อต xo

สุภาษิตจีนกล่าวว่าหนทาง 10,000 ลี้ เริ่มต้นที่ก้าวแรก สำหรับหลายๆ คน ก้าวแรกในการท่องเที่ยวคงไม่ใช่เรื่องยากอะไรมากมายนัก แต่หากเป็นก้าวแรกที่เที่ยวในจีนแล้วก็คงจะเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย เราก็เคยเป็นเหมือนแกมาก่อนที่มีความกลัวไปต่างๆ นานา แต่แกเชื่อไหมว่าหลังจากที่เราได้สัมผัสจีนครั้งแรกเราก็ไม่อาจลืมเลือนมนต์เสน่ห์ของมันได้เลย ประเทศจีนเป็นประเทศที่ไปสุดในทุกทาง ดีที่สุด สวยที่สุด น่าตื่นเต้นที่สุด โหวกเหวกที่สุดก็อยู่ที่นี่นั่นแหละ แล้วอย่างในครั้งนี้ที่เราพาแกทางขึ้นเขาลงหุบ ผลุบจากสวรรค์ไปป้อมปราการ ผ่านเมืองเก่า มิวเซียมสุดอาร์ คาเฟ่สุดชิค สวนสนุกสุดมันส์ และย่านโบราณ ถึง 22 แห่ง คือที่สุดที่เราคัดมาแล้ว(แต่ก็ยังมีอีกมากให้คัดต่อ) ให้พร้อมฟาดอคิตผิดๆ เกี่ยวกับจีนให้พังไปข้าง และเป็นการสร้างรอยความทรงจำว่าจีนเที่ยวได้มันส์กว่าที่คิด ซ้ำๆ ย้ำๆ ลงไปจนกว่าแกจะออกไปเห็นด้วยตาตัวเอง เชื่อเราเถอะก้าวที่ยากที่สุดก็แค่ก้าวแรกเท่านั้นล่ะ อีกหมื่นลี้ที่เหลือคือความมันส์ล้วนๆ