12 of The Top Instagram Spots around “MACAO”

ย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่โปรตุเกสส่งคืนดินแดนของอาม่า เทพธิดาแห่งการเดินเรือ ที่ชาวประมงฝูเจี้ยนโล้สำเภามาตั้งรกรากหลายชั่วอายุคน ทำให้ “มาเก๊า” กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่างจีนกับโปรตุกีสได้อย่างลงตัว จนถึงปีนี้มาเก๊าในยุคใหม่ ยุคที่กลายมาเป็นเขตบริหารพิเศษมาเก๊าที่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 มาเก๊าได้สลัดคราบใหม่จากสมญานามโอหมูนหรือประตูแห่งการค้าขายเปลี่ยนสายมาดึงความโดดเด่นเรื่องการท่องเที่ยวเอาใจสายฮิป สร้างจุดเช็คอินจนฮอตฮิตไปทั่วปฐพี ซึ่งแน่นอนว่าการมาเที่ยวมาเก๊าในครั้งนี้เราจะมาในลุคที่ต่างไปจากเดิม เพราะนอกจาก 16 โลเคชั่นกินเที่ยวแบบจุกๆ ที่เราเล่าเมื่อคราวก่อนแล้ว มาเก๊ายังมีของดีของเด็ดเป็น 12 จุด Instagram Spot ที่ต้องตามเก็บแบบตามรอยง่าย เดินถึง ทะลุลัดเลาะหากันได้หมด และเพื่อไม่ให้เสียเวลาตามไปเที่ยวมาเก๊าแบบปังๆ ได้เลย

slotxo

ที่แรกต้องหยิบกล้องกดชัตเตอร์ หยิบมือถือขึ้นมาเช็คอิน เพื่อประกาศให้ชาวโลกรู้ก็คือประตูโบสถ์ Ruins of St. Paul’s ที่ถือว่าเป็นแลนด์มาร์ค ใครไม่มาแปลว่าไม่ถึงมาเก๊า ซึ่งแน่นอนว่ามุมยอดฮิตของการถ่ายภาพคงหนีไม่พ้นมุมด้านหน้า แต่เรานั้นต้องเท่กว่าใครด้วยการเอามุมด้านข้าง ด้านล่าง ด้านบน มาอวดกัน อ่ะๆ แอบบอกให้ก็ได้ว่าลองเดินขึ้นไปบนเนินเขาข้างๆ โบสถ์ดูสิ ได้วิวดี มุมเก๋ไม่ซ้ำใคร

และสำหรับมรดกโลกของมาเก๊าอย่าง Ruins of the Cathedral of Saint Paul หรือซากโบสถ์เซนต์ปอลแห่งนี้ ถ้าไม่เล่าถึงความเป็นมาเดี๋ยวจะเที่ยวไม่ได้อรรถรส คือโบสถ์นี้สร้างขึ้นมากว่า 400 ปี เจอเหตุไฟไหม้และบูรณะใหม่ไปหลายครั้ง อีกทั้งยังเจอพายุใต้ฝุ่นถล่มไปอีก สุดท้ายเมื่อเกือบ 200 ปีก่อน ก็เกิดไฟไหม้ใหญ่อีกครั้งจนเหลือแค่ประตูด้านหน้าและบันไดทางขึ้นอย่างที่เห็นนี่ล่ะ เรียกได้ว่าผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านกาลเวลาและยืนยัดมาอย่างยาวนาน … แบบนี้พลาดไม่ได้เด้ออออ

ในเมื่อคนอย่างพวกเราจะน่ารักขึ้นเมื่ออยู่กับสีพาสเทล แล้วเรื่องอะไรเราจะพลาดที่นี่ Love Lane ใครแพลนไปมาเก๊าจดไว้เลยว่าถ้ามาแลนด์มาร์คของมาเก๊าอย่าง Ruins of St. Paul แล้ว อย่าลืมเดินมาทางซอยซ้ายมือเพื่อมาแชะภาพกับถนนแห่งความรักเชียวล่ะ การยืนโพสต์ท่าเท่ๆ กับตึกสีชมพูตัดกับหน้าต่างประตูสีเขียวที่รายเรียงมันจะทำให้ทุกคนน่าเอ็นดูขึ้นได้ แม้ว่าวันนั้นแกจะมาด้วยลุคที่ร้อนแรงแค่ไหนก็ตาม แล้วที่แนะนำแบบขีดเส้นใต้เลยคือ อย่าลืมหันกลับไปเก็บภาพมุมโบสถ์ที่ปลายทางด้วยนะ เราว่าเป็นมุมที่แปลกไม่เหมือนใครอีกหนึ่งมุมเลยแหละ

อีกหนึ่งมุม Instagram Spot ยอดฮิต เพียงเดินมาฝั่งตรงข้าม Love lane เราก็จะพับกบพบกับตรอกเล็กๆ ที่มีชื่อว่า Calcada do Amparo หรือ Portuguese Street นางเป็นถนนสายสั้นๆ ที่เป็นเหมือนศูนย์รวมความอาร์ทความชิคเก๋ เพราะตลอดสองข้างทางจะมี Street art เท่ๆ สลับกับการประดับตกแต่งด้วยศิลปะร่วมสมัย สีสันสดใส มีคาเฟ่ แถมยังมีร้านรวงขายของฝากน่ารักๆ อีกมากมายให้ได้ช้อปไปเปย์คนที่บ้าน แต่ … แต่ … ที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงก็คือมุมนั่งเหม่อๆ ถ่ายรูปกับกำแพงสีฟ้าโดดเด่นแผ่นนี้ ถ่ายไปสิถ่ายหนึ่งที่ได้อวดสายตาประชาชนโลกไปอีกยาวๆ

IAM Building ตึกสวยสไตล์บารอคที่ยังคงความเป็นสถาปัตยกรรมยุโรปดั้งเดิมนี้ นางผ่านร้อนผ่านฝนผ่านหนาวมากว่า 400 ปีแล้วเด้อ เดิมทีที่นี่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ทำการของรัฐบาลโปรตุเกส แต่ปัจจุบันถูกเปลี่ยนที่ประชุมของเทศบาลเมืองมาเก๊า และทุกวันยกเว้นวันจันทร์ช่วง 9 โมงเช้าถึงสามทุ่ม ที่นี่ยังเป็นห้องสมุดที่รวบรวมหนังสือโบราณและเอกสารสำคัญต่างๆ รวมถึงหนังสือพิมพ์โปรตุเกสฉบับแรกก็อยู่ที่นี่ด้วย

มุมถ่ายภาพที่เราแนะนำคือบันไดทางเดินที่ประดับประดาไปด้วยกระเบื้องสีฟ้าสไตล์นีโอคลาสสิค แถมยังมีภาพแกะสลักอย่างวิจิตรตามแบบต้นฉบับที่มาจากหอสมุดมาฟราคอนแวนต์ในโปรตุเกส ว่ากันว่าถอดแบบมาเป๊ะราวกับฝาแฝดกับออริจินอล เพราะฉะนั้นถ้ามาถ่ายภาพตรงนี้ก็ติ๊ต่างว่าอยู่โปรตุเกสได้แล้วจ้า

xoslot

ถ้าใครเคยดู Indiana Jones And The Temple of Doom ก็น่าจะคุ้นกับถนนเส้นนี้ Happiness Street เพราะนี่คือโลเคชั่นในหนังเรื่องนี้ด้วยจ้า ว่ากันว่าเดิมที่นี่เป็นถนนเส้นโคมแดง เป็นแหล่งเริงรมย์ แต่ตอนนี้กลายเป็นแหล่งเช็คอินและเพียบพร้อมไปด้วยอาหารการกินมากมาย ร้านอาหารดังๆ อยู่ที่นี่เยอะมาก ตั้งแต่สตรีทฟู๊ดไปจนถึงร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ และด้วยความโดดเด่นของถนนที่ทอดยาวสุดสายตาตัดกับหน้าต่างประตูสีแดง มันทำให้เรานึกถึงหนังจีนยุครุ่นพ่อแม่เราที่นางเอกใส่กี่เพ้าเดินมากับพระเอกที่เป็นเจ้าพ่อ มันเท่ชะมัด เธอต้องห้ามพลาดเธอต้องแวะมาถ่ายรูปถ้ามามาเก๊า

อีกหนึ่งมุมถ่ายภาพแนะนำที่พลาดไม่ได้ เพราะยังไม่ค่อยเห็นมีคนไทยมาเช็คอินมากเท่าไหร่ก็คือ Albergue SCM ลานเล็กๆ ที่จำเป็นมากที่จะต้องมากดชัตเตอร์ถ่ายภาพคู่กับต้นการบูรยักษ์คู่ที่รายล้อมด้วยอาคารโปรตุเกสสีเหลืองอายุกว่า 200 ปี แม้ว่าเมื่อก่อนที่นี่จะเป็นที่พักสำหรับผู้ลี้ภัยและบ้านพักคนชรา แต่ปัจจุบันตรงนี้คือห้องแสดงงานศิลปะหมุนเวียนและนิทรรศการที่สร้างสรรค์ งานสัมมนาต่างๆ เพื่อพัฒนาศิลปะ บทกวี วัฒนธรรมในท้องถิ่น และภายในยังมีร้านอาหารโปรตุเกสตั้งอยู่อีกด้วย บอกเลยว่ามาที่เดียวได้ครบทั้งมุมถ่ายภาพ ดูงานศิลป์ และอิ่มท้อง 3 in 1 สุด

เดินออกมาจาก Albergue SCM แวะช้อปที่ Outlet เสร็จแล้ว ต้องห้ามพลาดอีกแล้วครับทุกคน ห้ามพลาดกับการไปยืนแอ็คท่าคูลๆ เท่ๆ ถ่ายรูปกับ Edf. Comercial Holland Jardim ตึกสไตล์โปรตุกีสสีเหลืองตัดประตูเขียว วงกบแดงไว้อัพ IG เรียกไลค์กันต่อ ซึ่งจากตึกนี้เราก็สามารถเดินทะลุไปโบสถ์เซนต์ปอลได้ด้วยนะ เห็นไหมล่ะ … ว่าเท่าที่เราเล่ามาทุกจุดในมาเก๊าที่เราแนะนำไปเดินเที่ยวง่ายมาก สามารถเดินถึงทะลุไปถ่ายรูปกันได้แทบทุกที่ ดีในดี หยุดสุดสัปดาห์หน้าไปเที่ยวตามกันได้เลย ไม่ต้องลา 2 วัน 1 คืนจุกมากแน่

ความพิเศษของย่านนี้ที่นอกจากตึกที่ได้กล่าวไปแล้ว คือเมื่อเราเดินเข้ามาในซอยข้างๆ เราจะได้สัมผัสกับพื้นกระเบื้องแบบโปรตุเกสแทนพื้นถนนทั่วไป แถมรอบๆ เป็นอาคารบ้านเรือนเก่าและโบสถ์ที่ยังคงไว้ซึ่งศิลปะดั้งเดิม เดินเพลินๆ ไป ถ่ายรูปไป จะเจอมุมเด็ดๆ ให้เราแกล้งเหม่อหน้ากล้อง ได้อย่างเป็นธรรมชาติไม่ขวยเขิน เรารับประกันได้เลย

เดินเล่นชมตึกชมถนนไปเรื่อยๆ ก็ถึงทางแยกหน้า Royal Hotel กำลังเดินข้ามทางม้าลายหันมองกลับไปคิดว่าเอเลี่ยนบุกโลกเพราะดันมีตึกสูง 47 ชั้นของโรงแรมลิสบัว (Hotel Lisboa) โผล่มาท่ามกลางตึกรามบ้านช่องรายเรียงน่ะสิ นี่มันฉากในหนัง sci-fi เหรอเนี่ย หากให้พวกแกอยากได้มุมภาพแบบเรา ให้แอ๊บเดินเผลอๆ ข้ามถนนตรงทางม้าลายดู รับรองว่าภาพดีไม่ซ้ำใครแน่นอน

ผ่านฉากในหนัง sci-fi มาแล้ว เราก็ตัดภาพมาที่ Mandarin House บ้านจีนโบราณอายุเกือบ 200 ปีกันบ้าง ก่อนจะเข้าไปในบ้าน เราเอาฤกษ์เอาชัยด้วยการถ่ายรูปเดินผ่านประตูวงกลมให้ฟีลเข้าสู่เมืองจีนแบบสโลวโมชั่น ที่นี่เปิดให้เข้าชมฟรีตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น ถ้าจะเข้ามาตั้งแต่เวลาเปิดอาจจะได้ออกจากบ้านอีกทีตอนปิดได้เลย เพราะด้านในกว้างขวางและมุมถ่ายรูปเพียบมาก

ในบ้านยังมีบ้านอีกหลายๆ หลัง ออกแบบสวยงามตามฉบับจีนยุคเก่าผสมยุโรป มีความวินเทจและโมเดิร์นผสมผสานกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นมุมระหว่างตึก มุมหน้าต่าง มุมประตูวงกลมก็จัดเป็นฉากถ่ายรูปได้ไม่ยาก ดังคำกล่าวที่ว่าฉากดีมีชัยไปกว่าครึ่ง พลาดไม่ได้นะคุณเธอ!!!

โรงละครเก่าสีเขียวพาสเทลนามว่า Dom Pedro V Theatre ที่สร้างมากว่า 150 ปีแห่งนี้ เป็นโรงละครแบบตะวันตกแห่งแรกของจีนและหนึ่งในโรงละครสไตล์ตะวันตกแห่งแรกในเอเชียตะวันออกอีกด้วย ที่นี่เป็นทั้งโรงละคร ห้องหนังสือ สถานที่จัดการแสดงเต้นรำและดนตรี มันจึงเหมาะกับมนุษย์อารมณ์สุนทรีย์อย่างยิ่ง แต่เนื่องจากโพสต์หลักของเราเน้นเรื่องจุดถ่ายภาพ เราเลยไม่ลืมที่จะแนะนำที่นี่ในอีกบทบาทกับมุมประตูหน้าต่างและกำแพงด้านข้างโรงละครเล่นสีเขียวอ่อนเขียวเข้มที่โดนตัดความนูนด้วยสีขาวมันพาสเทลแบบคลาสสิค โพสต์ท่าไหนก็ชิค โพสต์ท่าไหนก็คูล

เครดิตฟรี

Our Lady of Penha Church โลเคชั่นยอดฮิตของว่าที่บ่าวสาวสำหรับการมาพรีเวดดิ้ง รวมถึงเป็นจุดเช็คอินชมวิวยอดนิยมอีกที่ของมาเก๊า นี่คือโบสถ์บนยอดเขาที่ชาวเรือชาวทะเลสักการะบูชามาเกือบ 300 ปี เพียงเดินขึ้นมาชิวๆ ประมาณ 1 กม. เราก็ได้มุมดีๆ แบบนี้แล้ว แนะนำให้ลองถ่ายเสยขึ้นฟ้าตรงมุมบันไดทางขึ้นให้เห็นความอลังการของโบสถ์ อารมณ์เหมือนฉากหนึ่งในยุโรปเลย

เดินขึ้นมาบนเขาทั้งที เราต้องได้เห็นวิวดีๆ แล้วล่ะ ที่นี่เราสามารถมองเห็นตึกสูงกว่า 300 เมตร อย่าง Torre de Macao หรือ Macao Tower ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างทะเลสาบ Sai Van และทะเลสาบ Nam Van ส่วนอีกมุมหนึ่งก็เป็นวิวโรงแรม Grand Lisboa เด่นตระหง่าน ช่วงแดดร่มลมตกอากาศและแสงกำลังดี จะนั่งชิวๆ รอตอนค่ำดูไฟดูแสงสีก็ดีไปอีกแบบนะ หรือช่วงเทศกาลพลุ มาดูพลุที่นี่ก็ดีก็ปัง

ที่ผ่านมา ทั้งถนน ทั้งโบสถ์ ทั้งศิลปะ ครบแล้ว จะไม่พูดถึงวัดไม่มาขอพรก็คงไม่ได้ จุดสุดท้ายเราขอพามาที่แลนด์มาร์คสำคัญที่สายไหว้พระขอพรไม่ได้มาวัดนี้ก็แปลว่ามาไม่ถึงมาเก๊าเช่นกัน เพราะนี่คือวัดอาม่าหรือศาลเจ้าแม่ทับทิม วัดชื่อดังที่เก่าแก่ที่สุดในมาเก๊า อายุกว่า 500 ปี มีการผสมผสานทางความเชื่อของทั้งทางพุทธ, เต๋า รวมถึงคติความเชื่อพื้นบ้าน จนได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจาก UNESCO ด้วยนะ มาถึงแล้วห้ามพลาดขอพรเรื่องเด่นสุดก็ต้องเรื่องความรัก หรือจะขอเรื่องงาน เงิน สุขภาพก็ได้หมด นอกจากความเชื่อความศรัทธาและประวัติศาสตร์อันยาวนานแล้ว วัดนี้ยังมีมุมสวยงามตามสถาปัตยกรรมจีนไว้ให้ถ่ายรูปเพียบด้วย

นอกจาก 12 จุดเช็ออิน มุม Instagram spot ที่ต้องมาตามเก็บแล้ว สำหรับสายถ่ายภาพ สายกิน สายเริงราตรี สายล่าไฟ เราประกาศตรงนี้เอาไว้เลยว่ามาเก๊าไม่น้อยหน้าในเรื่องแสงสียามค่ำคืนและอาหารการกินแน่นอน เรื่องอาหารหวานคาว เรามั่นใจว่าไม่มีใครไม่รู้จักทาร์ตไข่ โจ๊กปู บะหมี่ เกี๊ยวกุ้ง ไอติมโบราณ ต่างๆ นานา ประกาศศักดาเลยว่า มาเก๊าของกินเค้าฟูลออฟชั่นส่วนเรื่องไฟราตรีนั้นกดดูรูปถัดไปเรื่อยๆ ได้เลย แล้วพวกนายจะโดนเราป้ายยามาเก๊าเคล้าแสงสีในไม่ช้านี้แหละ

ได้เวลาเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าตบเท้าเข้าเกตบินกลับไทยอีกแล้ว การได้บินมามาเก๊าครั้งที่สาม แบบ 2 วัน 1 คืน ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเสียเปล่าหรือซ้ำเดิม ที่นี่ยังน่าทึ่งไปทุกอย่างอย่างที่เคยมาครั้งแรก แถมยังมีจุดเช็คอินใหม่ๆ ร้านใหม่ๆ ที่เที่ยวใหม่ๆ เพิ่มขึ้นไม่เคยจบสิ้น ถ้าให้เราฝากอะไรสั้นๆ ก่อนที่จะลาไปในโพสต์นี้ ก็อยากจะบอกว่าถึงพวกแกเดินทางออกไปเจอโลกกว้างไม่ว่าจะที่ไหนไกลเท่าไหร่ก็ตาม ก็ยังไม่ถือว่าแกได้ใช้ชีวิตคุ้มค่าจนกว่าแกจะมาที่นี่เกิดมาหนึ่งชาติต้องมา 12 จุดเช็คอินมาเก๊าและเปิดรีวิวเราเดินตามให้ได้

สล็อต xo