The Mystery Of Myanmar

ประเทศที่ศรัทธาในพุทธศานาอย่างสูง และคนไทยหลั่งไหลไปไหว้พระบ่อยเหมือนวัดอยู่หน้าบ้านตัวเอง ประเทศที่มีทะเลสาบกว้างใหญ่ให้เราสามารถใช้เวลาอยู่กลางทะเลสาบได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ประเทศที่มีเจดีย์เยอะจนมีคนกล่าวว่าเราไม่สามารถหมุนตัวโดยไม่ชนเจดีย์ได้ในเมืองนี้ ประเทศที่ไปง่าย มาง่าย อยู่ง่ายไม่ต่างจากบ้านเรา ประเทศที่เป็นจุดมุ่งหมายในฝันของนักเดินทางทั่วโลก เกริ่นมาขนาดนี้หลายคนคงอ๋อแล้วอ๋ออีก เพราะทริปนี้เราจะชวนพวกแกไปเที่ยวประเทศพม่านั่นเอง เราจะพาไปเดินเล่น ช้อปปิ้ง พักผ่อนริมทะเลสาบอินเล ชมทะเลเจดีย์ที่พุกาม และไหว้พระขอพรกันที่ย่างกุ้ง อ่านจบรับรองได้ว่าพม่าจะต้องติดลิสต์ที่เที่ยวต่อไปในใจพวกแกได้อย่างแน่นอน
ngon (นั่งรถลากชมบรรยากาศในเมืองตอนเช้า)

สล็อตออนไลน์

แอคติ้งเป็นนักท่องเที่ยวสายชิว ตื่นแต่เช้านุ่งผ้าถุง ใส่ผ้าพื้นเมือง ปะแป้งทานาคาแล้วจ้างสามล้อให้ปั่นพาชมรอบๆ เมืองย่างกุ้ง เพื่อชมวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวบ้าน อากาศที่พม่าก็ไม่ต่างจากบ้านเรานัก แต่เอาจริงๆ เราว่าที่นี่แอบเย็นกว่านิ้สสสสนึง ก็นั่งรถชมวิว ชมเส้นทางไปเพลินๆ และในยามเช้าๆ ทั้งคนสูงอายุ เด็กนักเรียน คนทำงานต่างออกมาเดินตลาดเพื่อหาของกินบ้าง ดอกไม้ไปไหว้พระบ้าง แล้วก็ของจิปาถะต่างๆ กันแบบคึกคัก

เราสังเกตุเห็นว่าผู้หญิงและผู้ชายพม่านิยมใส่ผ้าถุงและโสร่งมากกว่ากางเกงแบบสากลนิยม ซึ่งเราว่ามันเป็นเอกลักษณ์ที่น่ารักมากๆ อย่างหนึ่ง ทุกอย่างที่นี่ดูเรียบง่าย ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส ใบหน้าที่ประดับด้วยทานาคาเป็นสิ่งที่เราเห็นได้ตลอดเวลา ตลอดเส้นทางของย่างกุ้งเช้านี้เราพบเห็นเจดีย์เยอะกว่าห้างสรรพสินค้าและตึกสูงๆ เสียอีก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีห้างใหญ่ๆ หรือตึกสูงๆ เพียงแต่คนพม่าอยู่ที่วัดมากกว่าห้างเท่านั้นเอง การผสมผสานระหว่างความเจริญทางวัตถุและความเจริญทางจิตใจรวมเป็นวิถีชีวิตที่น่าหลงไหลของชาวพม่า

เจดีย์ชเวดากอง มหาสถานเจดีย์แห่งความศรัทธา เจดีย์สีทองอร่ามตาเห็นไกลไปหลายกิโลแห่งนี้เป็นที่ๆ คนไทยไปเย๊อะม๊าาาากกกกก เพราะมันสวยและน่าศรัทธาจริงๆ ใครอยากไปจะไปเช้าเย็นกลับก็ยังได้นะ ชาวพม่าค่อนข้างเคร่งครัดในศาสนามาก ดังนั้นห้ามใส่รองเท้าขึ้นเจดีย์ เค้าจะมีที่ฝากไว้ให้นะ หรือจะใส่ถุงหิ้วขึ้นไปก็ได้ คือทำไงก็ได้ที่ไม่ใช่ใส่ขึ้นไป ส่วนการแต่งตัวก็ต้องมิดชิดสำรวมทั้งชายหญิง การขึ้นชเวดากองแนะนำให้ขึ้นเช้าหรือไม่ก็ตอนพระอาทิตย์ตกดินแล้วนะแก มิเช่นนั้นเท้าของออเจ้าจะต้องพองพังพินาศแน่แท้ ซึ่งถ้ามีโอกาสก็ไปสองเวลาเลยเหอะ มันสวยงามต่างกันจริงๆ ยิ่งใส่ชุดแบบชาวพม่าก็ถือว่าสวยเหมาะสมอยู่นะ

ความงามนี้บอกได้เลยว่าเป็นที่ๆ คุ้มค่าที่ครั้งหนึ่งจะต้องได้เห็นสักครั้งในชีวิตแหล่ะ อย่างที่บอกว่าชาวพม่ามีความศรัทธาต่อพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก เราจึงเห็นทั้งเด็ก วัยรุ่น คนหนุ่มสาว ไปจนถึงคนชรา เดินเข้าออกวัดราวกับเราเดินเล่นห้างยังไงอย่างนั้น ที่สำคัญในมือแต่ละคนที่มาก็จะถือดอกได้ พวกมาลัย ของนมัสการต่างๆ ติดไม้ติดมือกันมาโดยตลอด เป็นภาพที่ทำให้เราและนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ รู้สึกประทับใจกับวิถีชีวิตที่ดูเรียบง่ายแต่สวยงามนี้จริงๆ

ทะเลสาบอินเลอันโด่งดังของรัฐฉานที่เราต้องนั่งบัสมากว่าสิบสองชั่วโมงจากพุกาม ภาพวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่บนน้ำในทะเลสาบที่ยาวสุดขอบฟ้าแห่งนี้คือภาพที่ดึงดูดใจคนจากทั่วโลก เราลงเรือล่องไปตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เราพบชายชราถือข้องจับปลาใช้เท้าพายควบคุมทิศทางและความเร็วของเรือเป็นภาพที่คนทั่วโลกรอคอย อีกทั้งวิถีชีวิตบนผืนน้ำ!!! ที่ชวนตกตะลึงและนับถือ ส่วนเวลาที่สวยที่สุดในทะเลสาบแห่งนี้คือเมื่อยามเย็นใกล้เข้ามา และท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนสีไป ทะเลสาบแห่งนี้ยิ่งสวยงามจับใจ เรือแล่นผ่านลำน้ำแบบไม่รู้สิ้นสุด ลมเย็นๆ ที่พัดผ่านใบหน้ายิ่งทำให้เราเข้าใจแล้วว่าทำไมคนทั่วโลกถึงอยากมาเยี่ยมชมทะเลสาบแห่งนี้

หมู่บ้านลอยน้ำ ณ ทะเลสาบอินเล สวนผักขนาดใหญ่ บ้านเรือนหลากสีสัน ร้านค้าของชำ และวัดศูนย์รวมความศรัทธา ทุกอย่างที่เรากำลังเห็นอยู่นี้ล้วนลอยอยู่ใจกลางทะเลสาบ เป็นการปรับตัวที่เชื่อมระหว่างวิถีชีวิตกับสายน้ำได้อย่างแนบเนียน และมีเสน่ห์น่าเก็บภาพจริงจริง

jumboslot

หมู่บ้านทอผ้ากลางทะเลสาปอินเล บ้านไม้หลังใหญ่ที่ดูเก่าแก่ แต่สะอาดสะอ้านชวนมอง ภายในเงียบสงบจะมีแต่เพียงเสียงกี่ทอผ้าที่ดังเป็นจังหวะมาเป็นระยะๆ เมื่อเราลองเดินเข้าใกล้เสียงอีกหน่อยก็จะเห็นกลุ่มคนที่ทอผ้าหลายสิบคนแต่อายุรวมกันน่าจะหลายพันอยู่ เพราะที่นี่เค้าเป็นกลุ่มของผู้สูงอายุเป็นส่วนมาก ความน่าสนใจจะอยู่ตรงที่เราสามารถลองทอผ้าได้เองด้วย ซึ่งผลออกมาก็ทำให้เรารู้สึกได้ว่า ซื้อผ้าใส่เอาหน่ะเหมาะที่สุดแล้ว

ท่ามกลามตึกสูงที่รายล้อมเราสามารถสังเกตเห็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่กลางเมือง มีสิ่งก่อสร้างลักษณะเป็นแท่งสีขาวตั้งเด่นเป็นสง่า ที่นี่คืออนุเสาวรีย์กิโลเมตรที่ 0 ใจกลางของความทันสมัยและความเก่าแก่ เป็นจุดที่ถนนใหญ่ 4 สายมาบรรจบกันเพื่อแยกออกไปยังเส้นทางต่างๆ ทำให้บริเวณนี้มีทั้งตึกใหม่ๆ สูงๆ ตึกเก่าสไตล์ยุโรป รวมทั้งเจดีย์สุเหล่ที่มีความเก่าแก่กว่าสองพันปี และทางด้านข้างของอนุเสารีย์ยังมีตลาดเล็กๆ ที่ขายพวกของกินพื้นเมืองอยู่นิดหน่อยให้เราได้เดินเล่นหรือใครอยากจะลองชิมก็ไม่ผิดกติกา

ตลาดขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่ขายของแทบทุกอย่างตั้งแต่ผลไม้ไปจนถึงเพชรพลอย เราว่าที่นี่ให้อารมณ์คล้ายๆ ตอนเดินสัมเพ็งบ้านเรา เพราะของเยอะและหลากหลายมากกกกกกกกทั้งผ้าถุง ผ้าไหม น้ำปั่น ตะกร้าหวาย ขนม ของฝาก ฯลฯ แต่ถ้าถามว่าได้อะไรติดมือมามั้ยก็ไม่ เพราะเอาจริงๆ ของประเทศเค้ากับของประเทศเรามันเหมือนกันมากๆ แต่การมาเดินทำให้เราได้เสพวิถีชีวิตของคนที่นี่มากกว่า จริงๆ เราลองกินน้ำอโวคาโด้ปั่นที่ตลาดนี้ด้วย แต่น้ำปั่นของเค้าจะต่างกับของเราอย่างสิ้นเชิงเพราะน้ำแข็งเป็นเหมือนสิ่งที่หาได้ยาก เค้าก็จะใส่มาให้เราก้อนนึงหั่นๆ บดๆ อโวคาโด้ทั้งลูกตามลงไป บีบนมข้นหวานประมาณสิบช้อนโต๊ะตามไปติดๆ แล้วก็คนๆ ปิ๊งออกมาเป็นอโวคาโด้ปั่นที่เข้มข้นและหวานมากจนเบาหวานเกือบขึ้นสมอง

Bagan เมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีเจดีย์เยอะจนไม่ว่าจะหมุนตัวไปทางไหนก็รับรองได้ว่าจะต้องชนเข้ากับเจดีย์เป็นแน่ ที่นี่มีจุดชมวิวยามเย็นที่โด่งดังไปทั่วโลก เราจึงเลือกที่จะนั่งรถม้ามาชมและความใส่ชุดขาวนั่งรถม้าก็ทำให้เราได้เสื้อผ้าชุดใหม่ทันทีที่มาถึง เพราะทุกอย่างมันกลายเป็นสีส้มรวมถึงหัวเราด้วย เพราะฝุ่นแดงๆ ตลบอบอวลตลอดเส้นทาง จริงๆ คือนั่งบัสมาก็ได้ แต่มันอาจจะธรรมดาไปเราจึงไม่ทำ

ที่พุกามแต่ก่อนเราสามารถปีนขึ้นไปบนเจดีย์เพื่อชมวิวเจดีย์ได้ แต่ความโชคร้ายของเราคือตอนที่ไปเค้าปิดเจดีย์ที่จะปีนขึ้นไปแล้วจ้า แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีที่ว่าเค้าทำเป็นเนินเขาเล็กๆ ให้ขึ้นไปแทน แม้ว่าจะไม่สูงเท่าบนเจดีย์ แต่ก็สูงพอที่จะทำให้เราได้เห็นวิวรอบด้านแบบ 360 องศาอยู่เหมือนกัน ซึ่งเราก็ขอแนะนำว่าให้เดินเล่นๆ ข้างล่างก่อนเพราะมันมีสถูปเล็กๆ หลายองค์ให้ไปยืนเกร๋ๆ ถ่ายรูปอัพเฟสกันแบบชิคๆ ชิวๆ ก่อนขึ้นเนินไปชมทะเลเจดีย์ที่มีมากกว่า 2000 แห่ง!!!!

ถ้าการนั่งเกวียนให้ม้าลากตอนเย็นมันยังไม่สาแก่ใจ ตอนเช้าแกสามารถเลือกที่จะขี่ม้าเพื่อมาชมทะเลเจดีย์ที่มีบอลลูนเป็นฉากหลัง และม้าที่เราได้ก็ช่างแสนซน เดินสะบัดตูดไปมาตลอดทาง แล้วก็มีความจะวิ่งๆ อยู่ตลอดก็ไม่รู้จะรีบไปไหน ในขณะที่ตัวอื่นๆ เดินไปขี้ไป เค้าให้วิ่งก็ยังจะเดิน แม้ว่าจะทุลักทะเลไปบ้างแต่สุดท้ายคนคุมม้าก็พาม้าและเรามาถึงกลางทะเลเจดีย์เพื่อถ่ายรูปกับเจดีย์และบอลลูนได้อย่างอลังการและงดงาม ซึ่งถ้าแกทำบุญไปมากพอแล้วไปเจอวันฟ้าใสใสจุดนี้จะแกรนด์ขั้นสุดเพราะข้างหลังจะเต็มไปด้วยบอลลูนหลากสีสันหลายสิบลูกลอยตัดกับทะเลเจดีย์สีแดงหม่นจะเป๊ะปังอลังการดาวล้าวดวงกว่านี้อีกหลายสิบเท่ามากเฟร่อ

เจดีย์ชเวซีโกนอีกหนึ่งเจดีย์ที่สวยงามของพม่า ที่นี่เป็นวัดในเมืองนยองอูที่เป็นต้นแบบของเจดีย์รูปทรงระฆังคว่ำในพม่า โดยเชื่อกันว่าเจดีย์ชเวซีโกนเป็นที่ประดิษฐานพระสารีริกธาตุและพระทันตธาตุของพระโคตมพุทธเจ้า จุดเด่นคือเจดีย์ที่สะท้อนในแอ่งน้ำเล็กๆ โดยเค้าจะล้อมกรอบไว้ให้ชมกันชัดๆ เลย แต่ถ้าจะเห็นชัดสุดคือต้องใช้กล้องถ่ายซึ่งจะเห็นชัดกว่าตาเปล่าอีกจ้า แม้ว่าที่นี่เล็กกว่าชเวดากองซึ่งเดินทอดน่องไม่นานก็ครบรอบแล้ว แต่ความละเอียดสวยงามก็ทำให้เราต้องใช้เวลาพอสมควรในการค่อยๆ พินิจพิจารณา เพราะมันชวนดึงดูดสายตามาก

วัดแห่งแรกในอาณาจักรพุกาม มีสถาปัตยกรรมแบบมอญ ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนภูเขานันทมูลบนเทือกเขาหิมาลัย อันเนื่องมาจากการจาริกแสวงบุญมายังดินแดนพุกามของพระอรหันต์ 8 รูป ภายในวิหารมีพระพุทธรูปยืนที่แกะสลักด้วยไม้สักประดิษฐานอยู่ทั้งสี่ทิศ ตัววิหารเป็นสีขาว มียอดเจดีย์สีทอง และแม้ว่าเกือบย่อยยับไปเพราะโดนแผ่นดินไหว แต่ก็กลับมาสวยขนาดนี้อีกครั้งเพราะได้รับความช่วยเหลือจากอินเดียในการมาบูรณะหลังเกิดแผ่นดินไหว!!!

ระหว่างทางเข้าเราจะพบกับร้านขายของฝากที่ขายของกระจุกกระจิกเรียงรายตลอดสองข้างทาง ของแต่ละอย่างก็มีความละเอียดสวยงาม น่าซื้อกลับบ้านมากๆ ที่สำคัญพ่อค้าแม่ขายแต่ละคนก็พูดอังกฤษกันไฟแล่บ แถมขายเก่ง อัธยาศัยดี น่ารัก ข้าวของราคาไม่แพง มีให้เลือกตั้งแต่ของชิ้นเล็กๆ พวกกำไรข้อมือไม่กี่สิบบาท ไปจนถึงพวกถาดใส่อาหารราคาหลายพัน เพราะฉะนั้นใครรักการช้อปปิ้งก็ควรจะเผื่อเวลาที่นี่มากหน่อยนะ

ร้านอาหารเล็กๆ ยกสูงทำจากไม้ไผ่ทั้งหลังแห่งนี้คือความชิวและความสบายแบบบ้านๆ ที่แท้จริง ลมเย็นๆ กับวิวกว้างๆ และน้ำสตอเบอร์รี่ปั่นช่วยให้ความร้อนจากการเดินทางคลายลงอย่างมาก ความน่ารักของที่นี่คือเวลาที่เค้าเสริฟอาหารบนชั้นสองเค้าจะมีตัวชักรอกไว้ดึงอาหารจากชั้นหนึ่งขึ้นไป ซึ่งเราว่ามันเป็นความน่ารักอย่างหนึ่งเหมือนกัน แต่ข้อเสียก็อย่างที่บอกว่าที่พม่าน้ำแข็งเป็นสิ่งที่หาได้ค่อนข้างจะยาก แม้ว่าจะเป็นน้ำปั่นมันก็ยังไม่ค่อยจะเย็นฉ่ำชื่นใจเท่าไหร่นัก

ห้องอาหารจีนในโรงแรม Chatrium Hotel Royal Lake Yangon คือหนึ่งในร้านอาหารของพม่าที่เราไม่อยากให้แกพลาด เพราะอาหารจีนของที่นี่คือดีย์มาก โดยเฉพาะพวกที่เป็นกุ้ง เพราะกุ้งเค้าตัวใหญ่ เด้ง กรอบ หวาน ดีงามมากจริงๆ รวมถึงพวกติ่มซำใดๆ ก็ถือว่าเด็ด ก่อนจบล้างปากด้วยของหวานอย่างพุดดิ้งที่เราชอบมาก เพราะมันหวานกำลังพอดี นุ่มๆเนียนๆ รสนัวๆ หอมๆ จนต้องขอเบิ้ลสองที่เลยล่ะ

อาหารพื้นบ้านแบบพม่าแท้ๆ เราว่ามันคล้ายๆ กับก๋วยจั๊บญวนแต่เป็นเส้นขนมจีนประมาณนั้น น้ำแกงจะเป็นน้ำแกงปลา ใส่กระเทียมโทน กระเทียมเจียวและเครื่องอื่นๆ เวลากินก็สามารถใส่ผักชี น้ำปลา น้ำตาล มะนาวพม่า และพริกแห้งที่เผ็ดจนหูแทบดับ คล้ายๆ กับเวลาเราปรุงก๋วยเตี๋ยวของเรานั่นล่ะ ส่วนรสชาติก็ต้องแล้วแต่คนจริงๆ อย่างเรา เราชอบจานนี้เพราะคิดว่าเป็นอาหารพม่าที่กินง่ายและถูกปากเราที่สุดแล้ว ที่สำคัญคือปรุงเพิ่มเองได้ อยากได้รสไหนก็ปรุงๆ เอา แต่เพื่อนเราที่ไปด้วยคือนางกินไม่ได้เลยจ้า ไม่ว่าจะพยายามปรุงยังไงก็ไม่รอดจริงๆ แต่ไหนๆ มาแล้วก็ลองสักหน่อยเถอะ จะได้รู้สึกว่ามาถึงจริงๆ

เป็นร้านที่ได้รับรางวัลมากมายของประเทศพม่าเลยล่ะ ร้านมีสองชั้นโดยชั้นล่างขาวใสสไตล์เกาหลี ส่วนชั้นบนจะเหมือนขึ้นมาในดงยากุซ่า สวยแบบเคร่งขรึม แนะนำว่าถ้ามาแถวนี้มานั่งพักที่นี่เถอะ มันดีจริง ชาเย็นคือดีงามเพราะเย็นจริง เนื่องจากที่พม่าหากินน้ำแข็งแบบเต็มแก้วได้ยาก มากสุดคือหนึ่งก้อนเท่านั้นอ่ะ ขนาดน้ำในถังน้ำแข็งยังไม่เย็นเล๊ยยยย ต่อๆ ชาก็รสชาติแบบไทยสไตล์มาก หอมหวานชื่นใจ เลือกได้ว่าเอาหวานปกติ หรือรสเข้มหวานน้อย แน่นอนเราเลือกหวานน้อย เสริฟพร้อมสิ่งที่คล้ายๆ ซาโมซ่าไส้ผักอร่อยดีงามมาก แล้วก็โรตีไส้ไก่นี่ก็อร่อย แล้วก็สิ่งที่เหมือนกะหรี่พัฟผักก็อร่อยเช่นกัน มีความหอมกระหรี่ ดีงาม

เครดิตฟรี

และขุมทรัยพ์ที่เราเจอโดยบังเอิญคือร้านฮอทพอทร้านนี้นี่แหล่ะ ร้านเค้าเป็นแบบหยิบเป็นจานๆ ราคาก็ตามสี มีให้เลือกหลากหลายทั้งหมู เนื้อ ทะเล ผัก ลูกชิ้น ราคาไม่แพง และของก็ถือว่าอยู่ในระดับดี หมูกับเนื้อหนึ่งจานนี่คือสไลด์มาบางๆ แต่พูนมากกินสองคนต่อหนึ่งจานถือว่ากำลังดี น้ำซุปสามารถเลือกได้คนละหม้อคนละหนึ่งน้ำมีทั้งแบบซุปเผ็ดและไม่เผ็ด น้ำจิ้มก็เป็นน้ำจิ้มสุกี้แบบบ้านเราเลย สามารถสั่งมะนาว พริก กระเทียมมาปรุงเพิ่มได้อีก มื้อนี้คืออิ่ม ฟินส์กันสุดๆ เพราะอาหารพม่าปกติจะเค็มๆ มันๆ หาอะไรเผ็ดๆ แซ่บๆ กินได้ยากมาก มื้อนี้จึงถือว่าแซ่บสุดในพม่าของทริปเราละ ส่วนการบริการมีสิบต้องให้ยี่สิบเลย ผู้จัดการร้านและพนักงานในร้านน่ารักมาก บริการดี รวดเร็วมาก พูดแล้วน้ำลายไหล อยากกินอีก

โรงแรมในเมืองย่างกุ้งที่ชื่อคุ้นหูและเป็นที่นิยมของคนไทยที่เดินทางไปพม่าค่อนข้างมาก เรื่องการบริการไม่ต้องพูดถึง ดีสมระดับของโรงแรมอยู่แล้ว แต่ที่เราชอบมากที่สุดคือสระว่ายน้ำรูปตัวแอลที่ทั้งใหญ่และยาวให้เราว่าได้แบบสะใจกันไปเลย ห้องนอนก็ใหม่และกว้างขวาง นอนหลับได้แบบสบายใจหายห่วงแน่นอน ตอนเช้าเค้าก็มีบริการอาหารเช้าที่หลากหลายรสชาติถูกปากแบบมาตราฐานโรงแรม หรือจะเลือกทานอาหารจีน อาหารญี่ปุ่น กาแฟ เบเกอร์รี่เค้าก็มีใครบริการในราคาที่ไม่แพงมากจนเกินไปอยู่ด้วย โดยรวมแล้วถือว่าครบครันดีทีเดียว

พม่าประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงที่เราอาจจะเคยรู้จักแค่เทพทันใจและเจดีย์ชเวดากอง แต่เมื่อได้มาสัมผัสกับความเรียบง่าย และความน่ารักของชาวพม่า ก็ทำให้เราเข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไมที่นี่จึงเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของนักเดินทางจากทั่วโลก เสน่ห์ของพม่าถ้าจะให้เทียบกับหญิงสาวก็คงเป็นใครอื่นไม่ได้นอกจากสาวพม่าที่นุ่งผ้าถุงลายพื้นเมือง ผิวเหลืองละเอียด ประทินผิวด้วยทานาคา ในมือถือดอกบัวสีขาวเตรียมถวายพระ เป็นความงามที่ดูเรียบๆ แต่เมื่อยิ่งสัมผัสยิ่งพิจารณากลับยิ่งทำให้หลงรัก และยากที่จะลืมนัยตาดำอ่อนหวานนี้ได้ลง

สล็อต xo