เส้นทางพิชิต ปล่องภูเขาไฟโบรโม่ East JAVA อินโดนีเซีย

พูดถึงทริปเที่ยวอินโดนีเซีย นอกจากการไปเยือนบาหลี ดินแดนธรรมชาติอันสวยงามแล้ว เพื่อนนักเดินทางของเรา “เจอนั่น Journey” จะพาออกทริปแนวแอดเวนเจอร์อย่างการพิชิต “ปล่องภูเขาไฟโบรโม่” กันบ้าง ซึ่งนับเป็นอีกจุดหมายของนักท่องเที่ยวสายลุย โดยภูเขาไฟโบรโม่ (Mount Bromo) ถือเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ยังมีการประทุอยู่เป็นระยะๆ การเดินทางไปถึงภูเขาไฟโบรโม่ เส้นทางค่อนข้างท้าทายและสมบุกสมบัน แนะนำให้เตรียมร่างกายให้พร้อม

slotxo

การเดินทาง เราสามารถนั่งเครื่องไปลงที่สุราบายา จากนั้นตั้งต้นเริ่มเส้นทางพิชิตยอดภูเขาไฟโบรโม่ ได้ที่หมู่บ้าน Cemoro Village ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ๆกับภูเขาไฟโบรโม่ที่สุด ด้วยการเดินหรือนั่งรถโฟร์วีลออกจากหมู่บ้าน ผ่านที่ราบเชิงเขาขึ้นไปชมวิวภูเขาไฟบนจุดชมวิว Mount Penakajan ซึ่งจุดชมวิวแห่งนี้จะสามารถมองเห็นภูเขาไฟโบรโม่และหมู่บ้าน Cemero Lawang ได้แบบพาโนรามาแล้ว นอกจากนั้นยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางทะเลหมอก

จากจุดชมวิวเราจะดินทางต่อด้วยรถโฟร์วีล หรือเดินเท้าก็ได้ หรือระหว่างเดินทางเท้าหากไม่ไหว จะขึ้นม้าจูงก็ได้ เพื่อพาข้ามทะเลทรายผ่านภูเขาไฟบาต็อก (Mount Batok) ไปยังตีนเขาโบรโม่ จากนั้นต้องเดินขึ้นบันไดที่สูงชันไปยังยอดปากปล่องภูเขาไฟโบรโม่

สำหรับทริปนี้เราเริ่มต้นเดินทาง ด้วยการมุ่งสู่ปล่องภูเขาไฟคาวาอิเจี้ยน (Kawah Ijen) ก่อน ซึ่งออกเดินทางกันตั้งแต่ดึกเพื่อเริ่มเดินเท้าขึ้นสู่ภูเขาไฟคาวาอิเจี้ยน จะมีไกด์ท้องถิ่นคอยนำทางให้

xoslot

เราเริ่มเดินมาในความมืดตลอดทางตั้งแต่ตีสองนิดๆ มาถึงบริเวณปากปล่องตอนประมาณตีสี่
จากนั้นเราต้องไต่ลงไปด้านล่างปากปล่องภูเขาไฟอีกประมาณครึ่งชั่วโมง เป็นเส้นทางที่ชันสุดโหดมาก เพื่อไปสู่ไฮไลท์ของการเดินทางครั้งนี้ นั่นคือได้เห็น Blue Flame เปลวไฟสีน้ำเงินที่เกิดจากการเผาไหม้ของกำมะถัน ซึ่งจะมีให้เห็นในช่วงที่มืดสนิทเท่านั้น ถ้าฟ้าสว่างแล้วเราจะมองไม่เห็น หลายๆ คนถอดใจกันระหว่างทางไปก็มี เพราะมีขยักขย่อนหลายช่วงมากให้นั่งพักมองดูเจ้าไฟสีฟ้าจากไกลๆ ได้

หลังจากลงไปดู Blue Flame ก็ปีนกลับขึ้นมาด้านบน บริเวณพื้นที่ยอดเขาบนปากปล่องภูเขาไฟ Ijen จะมีหลุมเป็นแอ่งขนาดใหญ่ เรียกว่าทะเลสาบกรดกำมะถัน lake of sulfuric acid ประจวบกับเวลาเริ่มเช้าสว่างขึ้น เราก็จะมองเห็นทะเลสาบเป็นสีเทอคอยซ์สวยงาม ถือเป็นทะเลสาบน้ำกรดบนปล่องภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ผู้ใช้แรงงานท้องถิ่นนำแร่ธาตุกำมะถันจากปล่องภูเขาไฟเอามาขายเป็นรายได้ยังชีพ

วิวระหว่างทางเดินกลับ คุ้มค่าจริงๆ รู้สึกได้รับการบำบัดชีวิตจากธรรมชาติ ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เห็นภาพนี้มาก่อน เมื่อมาที่นี่ แต่ใครเข้ามาเห็นแล้วก็คงคาดหวังเนอะ 55555 เพราะตอนมาทุกอย่างคือสีดำมืด สิ่งเดียวที่เราเห็นคือทางบนภูเขาที่ใช้ไฟฉายส่องพื้นมา ขากลับพอฟ้าสว่าง เราเลยพบกับความสุขของชีวิตได้ขนาดนี้ วิวข้างทางสวยมากจริงๆ อากาศดีด้วย

เมฆหมอกยามเช้าสวยมาก จังหวะที่แสงอาทิตย์สาดมาคือยิ่งดีงาม

วันต่อมา ที่จุดชมวิว Penanjakan เรามาตั้งแต่ช่วงตี 2 กว่าๆ เผื่อมาดูทางช้างเผือกที่วันนี้ไม่มี เพราะเป็นขึ้นหรือแรม 7 ค่ำนี่แหละจำไม่ได้ แต่สิ่งที่เราได้มา คือจุดถ่ายรูปที่ดีที่สุด เพราะมาก่อนชาวบ้านเค้าไง เรายึดมุมที่หันซ้ายก็ได้พระอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้า หันขวาก็เจอโบรโม่ ไม่มีใครบังด้วย ถ่ายก่อนสว่าง ดาวยังเต็มฟ้าอยู่ แล้วมันจะค่อยๆ หายไปเรื่อยๆ แสงไฟด้านล่างคือแถวๆ หมู่บ้านที่เรามาพักอยู่

อันนี้คือรูปที่หันขวามา ขวาด้านล่างคือจุดชมวิวอีกจุดนึง อยู่ต่ำกว่าจุดที่เราอยู่ แต่เหมือนจะใกล้กว่ามั้ง เราไล่ถ่ายจุดนี้มาตั้งแต่ช่วงประมาณตีสองครึ่งยันเจ็ดโมงกว่า ภาพนี้ คือ 4.10 น. ซึ่งเราคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่สวยแล้วนะ ของวันที่ไม่มีทางช้างเผือก แสงจริงที่ตาเห็นไม่ได้สว่างขนาดนี้ นี่คือเปิดชัตเตอร์ค้างไว้ ดูได้จากใบไม้ที่สั่นไหว และตอนที่มืดกว่านี้ หาโฟกัสภูเขาไม่เจอสักลูกเลย ภูเขาลูกหน้าคือ Batok โบรโม่ คือลูกด้านซ้ายมือหลัง Batok ส่วนลูกสูงๆ คือ Semeru

แสงสาดมาที่หมู่บ้านตอนเช้าๆ เวลาประมาณ 6 โมง

ภาพนี้ซูมมาที่โบรโม่ มองเห็นบันไดขึ้นโปรโม่อยู่แบบจิ๋วๆ และปล่องควันที่วันนี้ไม่ค่อยเห็นใจเท่าไหร่

เครดิตฟรี

เดินทางกันต่อมาถึงเนินสุดท้ายก่อนถึงตีนบันไดทางขึ้นปากปล่องภูเขาไฟโบรโม่ และแรงเฮือกสุดท้ายก็แทบหมดสิ้นลงแล้วเช่นกัน พวกเราจึงตัดสินใจใช้เงินแก้ปัญหาความเหนื่อย นั่นคือการโบกม้า ซึ่งก็คือเดินทางต่อด้วยการเรียกม้าวิน ให้ม้าช่วยพาร่างเราไปต่อเพื่อเข้าไปยังบริเวณตีนเขาโบรโม่

นั่งม้ามาเรื่อยๆมาจนถึงตีนบันไดขึ้นไปปากปล่องภูเขาไฟ จุดนี้จะไม่สามารถเดินทางด้วยม้าขึ้นต่อได้แล้ว ต้องเดินเท้าปีนบันไดกันเองเพื่อไปที่ปากปล่องโบรโม่ ทางจะค่อนข้างแคบมาก ยิ่งบริเวณใกล้ปากปล่องภูเขาไฟ คนมาถึงก็ยืนกระจุกกันอยู่ตรงนั้นเลย มีที่กั้นกันตกไว้ให้ แต่มีแต่ประมาณช่วงนึง ไม่ได้มีรอบเขา

ส่วนนี้ขากลับ เราเจอพายุทรายเข้า มองอะไรแทบไม่เห็นเลย อันนี้คือมันพัดจาก ขวาไปซ้ายในรูป ฝุ่นกระจุยกระจาย

มุมในรถก็สวยเหมือนกัน อันนี้ถ่ายก่อนเจอฝุ่น เพราะพอเจอฝุ่นแล้ว คนขับขับรถด้วยกระจกขาวเลยจ้า คือแบบมองไม่เห็นอะไรเลย

สล็อต

ปิดท้ายทริปนี้ ด้วยการไปเยือนน้ำตก Madakaripura ซึ่งอยู่ห่างจากภูเขาไฟโบรโม่ราวๆ 30 นาที ถือเป็นหนึ่งในน้ำตกที่สวยและยิ่งใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย เป็นการรวมตัวกันของน้ำตกหลายๆจุดจากภูเขาสูง ไหลลงมาสู่แม่น้ำเล็กๆด้านล่างที่เต็มไปด้วยหินขนาดเล็กใหญ่