10 ตลาดคริสต์มาสที่ดีที่สุดในยุโรป

คุณอาจจะคิดว่ามันไวเกินไปที่จะวางแผนไปเที่ยวคริสต์มาสตอนนี้ แต่คุณรู้ไหมว่าหากคุณจองตั๋วสำหรับเที่ยวช่วงคริสต์มาสล่วงหน้า 13 สัปดาห์ คุณจะประหยัดไปได้ถึง 29% เลยทีเดียว! และหากคุณจองล่วงหน้านานกว่านั้น คุณก็มีโอกาสได้ราคาที่ประหยัดขึ้นไปอีก แถมไม่ต้องเสี่ยงตั๋วเต็มหรือโรงแรมเต็ม
อย่าลืมว่าช่วงปลายปีนั้นเป็นช่วงไฮซีซั่นที่ใคร ๆ ก็ไปฮอลิเดย์ และแน่นอนว่าไปเที่ยวคริสต์มาสทั้งทีทริปช้อปปิ้งเป็นอะไรที่พลาดไม่ได้ มามะ เสิร์ชเอ็นจิ้น Skyscanner จะพาคุณไปเลือกที่ช้อปให้เข้าเทศกาลกับตลาดคริสต์มาสที่ดีที่สุดในยุโรป พร้อมคำแนะนำที่พักในทำเลทอง และเราสามารถช่วยคุณหาตั๋วสุดประหยัดได้อีกด้วย คริสต์มาสมาถึงไวกว่าที่คิดจริง ๆ

slotxo

  1. เวียนนา (Vienna) ออสเตรีย (Austria)แหล่งรวมตลาดคริสต์มาสที่มีตลาดประจำเทศกาลมากกว่า 20 แห่งในเขตต่าง ๆ ของเมือง และด้วยเหตุที่เวียนนาเป็นหนึ่งในเมืองเก่าแก่ของยุโรป เวียนนาจึงมีตึกเก่า ๆ สวย ๆ ที่ช่วยเพิ่มมนต์ขลังแห่งคริสต์มาสเข้าไปอีก เช่น ตลาดที่พระราชวังฌอนบรุนน์ (Schonbrunn) และที่พระราชวังเบลเวอเดียร์ (Belverdere) และตลาดที่ดังที่สุดและควรไปเยือน คือ ตลาดเวียนนาคริสต์มาสดรีม (Vienna Christmas Dream on Rathausplatz) ที่บริเวณด้านหน้าหอประจำเมือง (City Town Hall) หากคุณสนใจพวกตลาดสินค้าทำมือแนว Art & Craft นิทรรศการศิลปะอาร์ตแอดเวนท์ (Art Advent on Karlsplatz) จะเป็นตลาดที่ควรไปเช็คอิน กระซิบบอกอีกนิดว่าแผงอาหารที่นี่เป็นอาหารออร์แกนิค-ปลอดสารเคมีล้วน แถมมีการแสดงแสงสีเพิ่มความบันเทิงให้คนเดินตลาดได้ชมอีกด้วย

พักที่ไหนดี

โรงแรมรูบีลิซซี (Ruby Lissi) ให้บริการห้องพักสะดวกสบายด้วยทีวีจอแบนและชุดเครื่องนอนชั้นดี นอกจากนั้นบุฟเฟต์อาหารเช้าที่นี่เน้นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคเป็นหลัก และหากคุณเป็นคนรักดนตรี ที่บาร์ของโรงแรมก็มีกีตาร์ให้ยืมเล่นได้อีกด้วย ที่พักดี ๆ ติดแม่น้ำแห่งนี้มีราคาเริ่มต้นที่ราว 78 ยูโร

  1. ปราก (Prague) สาธารณรัฐเช็ก (Czech Republic)
    เมืองเทพนิยายที่ไม่ว่าเวลาช่วงใดของปีก็สวยดั่งในฝันเสมอ ยิ่งหากมาเที่ยวในช่วงเทศกาลคริสต์มาสด้วยแล้ว คุณจะสัมผัสได้ว่ามหัศจรรย์แห่งคริสต์มาสนั้นมีจริง! พิกัดเด็ดนั้นจะอยู่ที่จัตุรัสกลางเมืองเก่า (Old Town Square) อันเป็นที่ตั้งของต้นคริสต์มาสขนาดมหึมาที่ประดับตกแต่งไปด้วยไฟสลับสีสวยงาม และมีบริการฟาร์มลูกสัตว์ให้คุณหนูได้เข้าไปอุ้มลูกหมู ลูกกระต่าย น้องวัวอีกด้วย ในบริเวณรอบ ๆ คุณก็จะได้ตื่นตาตื่นใจกับการตกแต่งที่สวยงามแห่งเทศกาล ร้านของเล่นไม้น่ารัก ๆ ของประดับคริสต์มาสเก๋ ๆ เช่น เครื่องแก้วเช็ก ของฝากยอดนิยมประจำท้องถิ่น และหากท้องร้อง ก็เดินไปต่อคิวรอไส้กรอกย่างร้อน ๆ (Klobasa) โดนัทเคลือบน้ำตาลย่างบนเตาถ่านหอม ๆ (Trdelnik) และอย่าลืมชิมไวน์น้ำผึ้งอุ่น (Medovina) เมนูเด็ดประจำฤดูหนาวของที่นี่

xoslot

พักที่ไหนดี

หากคุณอยากพักในทำเลเดินทางสะดวกใกล้กับจัตุรัสกลางเมือง และได้บรรยากาศท้องถิ่นแบบเต็มที่ โรงแรมร็อต (Hotel Rott) จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง และราคาห้องพักเริ่มที่ราว 71 ยูโร

  1. บรัสเซลส์ (Brussels) เบลเยี่ยม (Belgium)
    ตลาดคริสต์มาสที่ใหญ่ที่สุดของเบลเยี่ยมนั้นจัดขึ้นที่กรุงบรัสเซลส์ ในแต่ละปีจะมีร้านค้าเข้าร่วมมากกว่า 200 ร้าน เน้นขายสินค้าประเภทต่าง ๆ ที่มีธีมเข้ากับเทศกาลปลายปี รวมไปถึงตลาดอาหารคาว-หวานและเครื่องดื่มขนาดใหญ่ มากไปกว่านั้นยังมีการจัดลานสเก็ตน้ำแข็ง ชิงช้าสวรรค์และส่วนของสวนสนุกขนาดย่อมเพื่อเฉลิมฉลองความสุขแห่งเทศกาลคริสต์มาสกันอย่างเต็มที่ อ้อ แล้วอย่าลืมไปดูการประดับไฟค่ำคืนสวย ๆ กันที่พระราชวังหลวง (Grand Palace) กันด้วยหละ

พักที่ไหนดี

โยดายะ (Yadoya) ที่พักสไตล์ญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของใจกลางเมือง โดดเด่นด้วยบรรยากาศสงบสบาย มีห้องพักตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นพร้อมเครื่องนอนเข้าชุด ราคาพักเริ่มต้นที่ 84 ยูโร

  1. อัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) เนเธอร์แลนด์ (Netherlands)แม้ว่าเดสติเนชั่นนี้จะไม่ได้เด่นดังเรื่องตลาดคริสต์มาสเมื่อเทียบกับเมืองดังแห่งเทศกาลในยุโรปเมืองอื่น ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะด้อยน้อยหน้าเสียที่ไหน เพราะในช่วงเทศกาลแห่งความสุขปลายปีนี้ อัมสเตอร์ดัมเขาก็ร่วมส่งความสุขด้วยงานงานละครสัตว์แห่งคริสต์มาส (World Christmas Circus) ณ โรงละครหลวง (Royal Theatre Carre’ หรือ Koninklijk Theater Carré) และลานสเก็ตน้ำแข็งกลางแจ้งด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์ริกซ์ (Rijksmuseum) และที่เมกะที่สุด คือ งานเทศกาลแสงสีแห่งอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam Light Festival) ที่จะสร้างความเจิดจรัสด้วยไฟประดับประดาเต็มเมือง และเพื่อเพิ่มความหรรษาในการเดินชมไฟยามค่ำคืน ก็อย่าลืมแวะซื้อโดนัทแสนอร่อยประจำเทศกาล (Oliebol) ที่นอกจากจะอร่อยแล้วตามความเชื่อท้องถิ่นเขาว่าดัชท์โดนัทนี้มีสรรพคุณในการขับไล่เหล่ามารและความโชคร้ายด้วยนะ

พักที่ไหนดี

สำหรับคุณที่กำลังมองหาพักที่ใกล้ที่เที่ยวแบบเดินถึงกันได้นั้น โรงแรมคอนเชียส (Conscious Hotel Museum Square) จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะมาก เพราะพักที่นี่คุณจะสามารถเดินไปพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ (Van Gogh Museum) พิพิธภัณฑ์สตีเดลิก (Stedelijk) และวอนเดลพาร์ค (Vondelpark) ได้อย่างชิล ๆ ไม่เกิน 10 นาที สนนราคาที่พักเริ่มต้นที่ 85 ยูโร

เครดิตฟรี

  1. นูเรมเบิร์ก (Nuremburg) เยอรมนี (Germany)
    เมืองที่ตั้งของตลาดคริสต์มาสที่เก่าแก่ที่สุดและเจ๋งที่สุดของเยอรมนี เพราะตลาดที่นี่เน้นความออริจินัล สินค้าที่มาขายจะต้องเป็นสินค้ารูปแบบดั้งเดิม งานฝีมือที่เป็นเอกลักษณ์ พวกสินค้าโหล ของเล่นไฮเทคนี่ลืมไปได้เลย ฉะนั้นรับประกันได้ว่ามาเที่ยวช้อปปิ้งที่นี่คุณจะได้ของฝากดี ๆ ของฝากพื้นเมืองประจำเทศกาลที่ไม่เหมือนที่ไหน และอย่าลืมลิ้มลองขนมท้องถิ่นและของกินประจำเทศกาลกันด้วยนะ

พักที่ไหนดี

โรงแรมใกล้ตลาดที่ดำเนินงานโดยครอบครัว โรงแรมเบิร์ก (Burghotel Nurnburg) ที่ซ่อนตัวอยู่ในเขตเมืองเก่า จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะนอกจากทำเลใกล้ที่เที่ยวแล้ว ยังมีบริการสระว่ายน้ำและห้องอบซาวน่า ส่วนค่าที่พักนั้นเริ่มที่ 86 ยูโร

  1. โคเปนฮาเกน (Copenhagen) เดนมาร์ก (Denmark)
    เมืองหลวงของเดนมาร์กที่ในช่วงคริสต์มาสจะอบอวลไปด้วยบรรยากาศของเทศกาลแห่งความสุข และกลิ่นหอมอบอุ่นของไวน์เครื่องเทศ (Mulled Wine) และถั่วอัลมอนด์คั่วร้อน ๆ และไม่ว่าจะมองไปทางไหน คุณก็จะได้ตื่นตาตื่นใจกับไฟประดับเมืองและตกแต่งประจำเทศกาลที่อยากจะเซลฟี่มันทุกซอกทุกมุม และตลาดคริสมาสต์ที่ทิโวลี (Tivoli Christmas Market) ก็เป็นแหล่งรวมสินค้าและอาหารประจำเทศกาลที่นานทีปีหนจะได้ยลและชิมกันสักครั้ง

พักที่ไหนดี

โรงแรมเดอะสแควร์ (The Square) เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่กลางใจเมือง ใกล้กับที่เที่ยวในเมืองชนิดที่เดินถึงกันได้ แน่นอนว่าเดินไปตลาดทิโวลีได้สบาย ๆ ในส่วนของห้องพักนั้นก็ทันสมัย สะดวกสบาย และขึ้นชื่อว่าบริการเป็นมิตรอย่างมาก แถมมีบริการจักรยานให้เช่าอีกด้วย ราคาที่พักเริ่มต้นที่ 113 ยูโร

  1. แมนเชสเตอร์ (Manchester) สหราชอาณาจักร (United Kingdom)คุณรู้ไหมว่าในปี ค.ศ. 2017 ตลาดคริสต์มาสประจำเมืองนี้เขาได้รับการโหวตว่าเป็นตลาดคริสต์มาสที่ดีที่สุดของประเทศ และยังได้รับการยอมรับว่าเป็นตลาดคริสต์มาสยอดนิยมแห่งยุโรปจากสมาชิกอินสตาแกรมอีกด้วย ซึ่งตลาดประจำเทศกาลนั้นเพิ่งจะเปิดให้บริการเมื่อปี ค.ศ. 1999 นี่เอง (ตลาดอื่นในยุโรปเก่าแก่มาก บางแห่งเป็นร้อยปี) ณ ปัจจุบันการจัดตลาดคริสต์มาสที่แมนเชสเตอร์นี้จะแยกเป็นส่วน ๆ ด้วยกันทั้งหมด 10 แห่งรอบเมือง และมีแผงร้านค้าร้านอาหารร่วมงานราว 300 แผง โดยจะมีทั้งของฝากที่ระลึกรูปแบบต่าง ๆ งานฝีมือ อาหารและเครื่องดื่ม และคุณสามารถเดินชิล ๆ ไปยังที่จัดงานแต่ละแห่งได้อย่างสะดวก แต่ถ้าคุณมีเวลาเที่ยวน้อย ขอแนะนำให้ตรงรี่ไปที่จัดงานหลัก ณ จัตุรัสอัลเบิร์ต (Albert Square) ที่คุณจะได้พบกับซานตาครอสยักษ์ที่ตกแต่งอยู่บริเวณหอประเมือง (Victorian Town Hall)

พักที่ไหนดี

โรงแรมโมเต็ลวันแมนเชสเตอร์-รอยัลเอ็กซแชนจ์ (Motel One Manchester-Royal Exchange) ที่ตั้งอยู่ระหว่างจัตุรัสเอ็กซแชนจ์ (Exchange Square) และจัตุรัสอัลเบิร์ต ซึ่งใกล้กับที่จัดงานหลักของตลาดคริสต์มาส นับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ อีกทั้งการตกแต่งของโรงแรมนี้เขาก็นับว่าเหมาะกับขาฟังกี้ มีสีสันสดใสเอาใจวัยรุ่น และราคาเริ่มต้นก็แค่ 69 ยูโรเท่านั้น

  1. โกเธนเบิร์ก (Gothenburg) สวีเดน (Sweden)แม้ว่าเวลากลางวันที่ดินแดนนี้จะสั้นเสียเหลือเกิน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ทริปเที่ยวปลายปีที่นี่กร่อยเสียเมื่อไหร่ เพราะตลาดคริสต์มาสดี ๆ มีจัดกันหลายแห่งในเมือง แถมคุณจะยังได้ฟังเพลงคริสต์มาสจากคณะนักร้องประสานเสียงที่มาช่วยขับกล่อมให้เวลาช่วงนี้มีความสุขสันต์ดั่งต้องมนต์แห่งเหมันต์ และไม่ว่าจะมุมไหนของเมือง คุณก็จะได้กลิ่นหอมของไส้กรอกย่าง กวางอบ และไวน์เครื่องเทศ (Glögg) สำหรับพิกัดแนะนำ ต้องไปที่สวนสนุกลิซเบิร์ก (Liseberg Amusement Park) ที่มีการประดับตกแต่งอย่างอลังการ มีม้าหมุน บัลเลต์บนลานน้ำแข็ง และไฟประดับสว่างไสวกว่า 5 ล้านดวงแบบไม่ต้องง้อดวงอาทิตย์เลย

พักที่ไหนดี

โรงแรมอีลีทพลาซ่า (Elite Plaza Hotel) โรงแรมดีไซน์ร่วมสมัยเก๋ ๆ ที่สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โคมไฟระย้า ซุ้มหน้าต่างบานโค้ง และหลุมเพดานอันประณีตที่เป็นโครงสร้างแบบดั้งเดิมจะสะกดให้คุณมองไม่วางตากับงานตกแต่งที่เรียบหรูดูโก้แบบมีระดับกำลังดี แถมโลเคชันยังอยู่ใจกลางเมือง สะดวกต่อการเดินท่องเมืองเป็นอย่างมาก ราคาที่พักก็ไม่ได้สูงทะลุเพดานแบบที่คิด เริ่มต้นที่ 95 ยูโร สมราคาและนับว่าคุ้มประสบการณ์

  1. สตราสบูร์ก (Strasburg) ฝรั่งเศส (France)เมืองเก่าแก่แห่งแดนน้ำหอมเมืองนี้มีตลาดคริสต์มาสประจำปีที่จัดกันมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1570 ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมชาวเมืองเขาถึงให้ฉายาเมืองตนเองว่าเป็นเมืองหลวงแห่งคริสต์มาส ภาพของกลุ่มบ้านไม้โบราณในเขตเมืองเก่าที่ตกแต่งแบบจัดเต็มและไฟประดับเมืองหลากสีสว่างไสวบนถนนที่ยาวกว่า 7 กิโลเมตร ต้นคริสต์มาสยักษ์ และตลาดประจำเทศกาลแบบดั้งเดิมเป็นบรรยากาศที่คุณจะได้สัมผัส พร้อมแผงสินค้าและอาหารประจำเทศกาลที่คุณจะได้เพลิดเพลินใจ เรียกว่ากลิ่นอายของคริสต์มาสจะอยู่ในทุกอณูของเมืองเลยทีเดียว

พักที่ไหนดี

โรงแรมเมอร์เคียว (Mercure Strasbourg Centre Petite France) จะเป็นที่พักชั้นดีเมื่อคุณมาเยือนสตราสบูร์ก เพราะนอกจากจะมีบริการคุณภาพชั้นเลิศไม่เสียชื่อเครือโรงแรมระดับอินเตอร์แล้ว ห้องพักที่นี่ยังมีระบบป้องกันเสียงรบกวน นอนหลับได้สบายไร้กังวล และยังตั้งอยู่ใกล้กับตลาดคริสต์มาสแบบเดินถึงกันได้ไม่เสียเวลา สนนราคาอาจจะสูงสักนิดแต่ก็นับว่าสมกับคุณภาพและบริการ ราคาเริ่มต้นที่ 123 ยูโร

  1. ทาลลิน (Tallinn) เอสโตเนีย (Estonia)
    เมืองเล็กที่จิ๋วแต่แจ๋วและตลาดคริสต์มาสสไตล์วิกตอเรียที่นี่ก็งดงามแบบ Picture Perfect ประหนึ่งภาพสวยจากโปสการ์ดฝีมือช่างภาพมืออาชีพ กลุ่มกระท่อมเล็ก ๆ ที่ประดับด้วยไฟคริสต์มาสและต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่กลางใจเมือง และไฮไลท์เด็ดของหิมะที่โปรยปรายลงมาในช่วงฤดูหนาว นี่มันเมืองในฝันชัด ๆ เลยคุณ ลองอิมเมจินกันดูซิว่าหากได้ไปเดินชมตลาดสินค้าสุดน่ารักพร้อมจิบไวน์เครื่องเทศประจำเทศกาลแกล้มขนมปังขิง มันคงจะฟินไม่น้อย นอกจากนั้นในบริเวณที่จัดงานเขาก็ยังมีบริการม้าหมุนเอาใจเด็ก ๆ และเวทีการแสดงไว้คอยเอ็นเตอร์เทนคนมาเดินตลาดในช่วงสุดสัปดาห์ด้วยนะคุณ

สล็อต xo

พักที่ไหนดี

โรงแรมอิมพีเรียล (Hotel Imperial) โรงแรมระดับ 4 ดาวที่ตั้งอยู่ริมเขตเมืองเก่า ติดกับกำแพงเมืองโบราณ แถมยังมีการตกแต่งภายในแบบดั้งเดิมจะช่วยเพิ่มบรรยากาศคริสต์มาสในเมืองยุโรปโบราณเข้าไปอีก และหากคุณไม่ชินกับอากาศหนาว ๆ แบบติดลบ ที่โรงแรมนี้เขาก็มีบริการห้องอบซาวน่าช่วยเพิ่มความอบอุ่นหลังเดินชมวิวท่ามกลางหิมะให้คุณด้วย ค่าห้องพักก็ไม่แรง เริ่มต้นที่ราว 63 ยูโรป