“ซาปา” เมืองแห่งนาขั้นบันไดในม่านหมอก

ด้วยความที่ได้ยินชื่อเสียงความงามของ “นาขั้นบันไดในเมืองซาปาประเทศเวียดนาม” มานับครั้งไม่ถ้วน ทำให้เราอยากไปสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง และเมื่อมีโอกาสเราจึงไม่พลาดที่จะบุ๊คกิ้งตั๋วเครื่องบินไปเวียดนามตามที่หัวใจเรียกร้อง … ทริปซาปา 3 วัน 2 คืนจึงเกิดขึ้น!
DAY 1 : เริ่มต้นการเดินทาง
เราออกเดินทางโดยเครื่องบินจากสนามบินสุวรรณภูมิ สู่สนามบินนอยไบ เมืองฮานอย แล้วต่อรถเมล์สาย 68 เข้าตัวเมือง (จริง ๆ แล้วเข้าตัวเมืองได้ทั้งแท็กซี่ รถตู้ รถเมล์ แต่รถเมล์จะง่ายและประหยัดที่สุด) เราวางแผนไว้ว่าจะเดินเที่ยวชิล ๆ และหาของอร่อย ๆ กินก่อน เพราะรถไฟไปเมืองลาวไค (ประตูสู่เมืองซาปา) ออกเวลา 22.00 น.

slotxo

พอกินเสร็จก็ได้เวลาเดินทางไปสถานีรถไฟ (ร้านที่จองตั๋วรถไฟมีรถตู้บริการรับ-ส่ง) สำหรับการเดินทางไปสถานีลาวไคใช้เวลา 8 ชั่วโมง หลับยาว ๆ กันไป คืนนี้นอนบนรถไฟกัน ! … ก่อนถึงปลายทางสถานีลาวไคสัก 10 นาที จะมีเสียงเพลงปลุกให้ทุกคนตื่นเก็บข้าวของ ล้างหน้าล้างตา ที่นี่เป็นสถานีสุดท้ายที่คนลงเยอะที่สุด บรรดาโรงแรมต่าง ๆ จะมารอรับแขกที่จองกันมาและใช้บริการรถรับ-ส่ง เรารอรถจากโรงแรมสักครู่ จากนั้นก็นั่งรถตู้เดินทางสู่ซาปา ซึ่งห่างจากลาวไคประมาณ 1 ชม.

ในที่สุดก็มาถึงซาปา เมืองเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของประเทศเวียดนามติดกับชายแดนจีน ที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขาน้อยใหญ่ มีอากาศเย็นตลอดปี สภาพบ้านเมืองเป็นสังคมแบบเกษตรกรรม ผู้คนทำไร่ทำนาเป็นส่วนใหญ่ (บรรยากาศโดยรวมก็คล้าย ๆ กับเชียงรายบ้านเรา) ภาพแรกที่เห็นตรงหน้าคือนาขั้นบันไดท่ามกลางไหล่เขาทอดตัวยาวสุดสายตา สวยงามยิ่งกว่าที่เราคิดไว้มาก ทุกที่ที่มองเห็นปกคลุมไปด้วยม่านหมอกสีขาวตัดกับสีเขียวชอุ่มของต้นไม้ … ว่าแล้วก็ขอสูดโอโซนให้เต็มปอด !

อิ่มท้องแล้วก็ได้เวลาออกสำรวจ นอกจากธรรมชาติที่สวยจับใจ ซาปาก็มีอาคารสมัยใหม่ โรงแรม โบสถ์ และร้านอาหารแบบตะวันตก เป็นการผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นกับอารยะธรรมต่างชาติท่ามกลางขุนเขาได้อย่างกลมกลืน เราเลือกนั่งจิบกาแฟในร้านเล็ก ๆ แต่บรรยากาศดีระดับ 5 ดาว

xoslot

จากนั้นมาเดินชมวิถีชีวิตชาวม้งดำที่หมู่บ้าน Cat Cat (กัตกัต) ต่อด้วย Sapa Lake หรือทะเลสาปซาปา แลนด์มาร์คอีกหนึ่งแห่งของที่นี่ อากาศดีและสวยมากจนลืมความเมื่อยล้าไปเลย มาถึงซาปาทั้งทีก็ต้องจัด Street food กันหน่อย มื้อเย็นของเราฝากท้องไว้ที่ตลาดซาปา ราคาไม่แพงรสชาติก็พอรับได้ กินอิ่มแล้วก็ได้เวลากลับไปนอนชมวิวที่โรงแรมกันต่อ

Sapa Lake หรือทะเลสาปซาปา แลนด์มาร์คของเมืองซาปา

DAY 3 : อำลานาขั้นบันได
วันที่สองในซาปา ดินแดนที่มีความหลากหลายของชาติพันธุ์มากที่สุดในประเทศเวียดนาม ที่นี่มีชาวเขาหลายเผ่าอยู่รวมกัน จึงมีการผสมผสานทางวัฒนธรรมมากมายทั้งเรื่องอาหาร ชุดแต่งกายและความเป็นอยู่ วันที่เราไปตรงกับวันอาทิตย์ ซึ่งมีตลาดนัดชาวเขาพอดี งานนี้ต้องช้อปของฝากกันหน่อย … เสื้อผ้าแบบชาวเขาราคาน่าคบ ส่วนสินค้าอื่น ๆ ก็เป็นสไตล์พื้นเมืองคล้าย ๆ ของทางเหนือบ้านเรา

เครดิตฟรี

หลังจากเสียเงินจนสบายใจ ก็ได้เวลาบอกลาซาปา สำหรับการเดินทางกลับก็เหมือนกับตอนขามา ต่างกันที่ครั้งนี้เราได้ชมวิวระหว่างนั่งในรถไฟ … ซึ่งมันดีต่อใจเหลือเกิน !

ลาก่อนซาปา … แล้วพบกันใหม่
การเดินทางไปซาปาอาจจะไม่ได้สะดวกสบายนัก แต่สำหรับคนที่รักธรรมชาติและการผจญภัยแล้ว เชื่อเถอะว่าถ้าได้มาเยือนซาปาต้องอยากกลับมาอีกหลายครั้งแน่นอน.

สล็อต