ถึง ไต้หวันที่รัก.

เมื่อบทความนี้ถูกโพสลงในเพจของฉัน นั่นแปลว่าฉันถึงประเทศไทยบ้านเกิดของฉันแล้ว
ฉันนั่งพิมพ์รีวิวนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นเกียรติให้กับประเทศที่ฉันตกหลุมรักความงดงามของธรรมชาติและอากาศแบบหัวปักหัวปำ

เธอรู้ไหม…การได้เดินทางไปพบเธอเมื่อ 4 วันที่ผ่านมา และจากเธอมาได้ 7 ชั่วโมงนั้นเธอ มีเรื่องราวหลายอย่างเกิดขึ้นมากมายกับฉันและเพื่อน ฉันนั่งดูรูปและแต่งรูปทีละใบอย่างเบามือเพื่อให้เธอสวยที่สุดต่อหน้าคนอื่น อือตอนนี้ฉันประหม่าที่จะรีวิวเธอให้กับคนอื่นได้อ่าน เขินเธอจนไม่รู้จะเริ่มต้นเขียนหาเธออย่างไรถึงจะเข้าที เอาเป็นว่าเธอลองอ่านดูก็แล้วกันนะ ยาวหน่อยค่อย ๆ อ่าน

slotxo

รีวิวไปเที่ยวโดยใช้แต้มบุญทั้งหมดที่มีในชีวิตกับ Trip “Taiwan Calling you”

ไต้หวันเป็นประเทศที่เราตกหลุมรักอย่างรวดเร็วหลังเห็นภาพจาก Internet หลังจากนั้นเราก็พยายามห้ามใจตัวเองมาตลอดเพราะกลัวว่าจะเปลืองเงิน แต่ในเมื่อห้ามใจยังไงก็ไม่อยู่งั้นก็ไปให้รู้เลยแล้วกัน
เริ่ม!

• เกือบตกเครื่อง!
เพราะเด๋อเข้าใจผิด ในตั๋วบอกว่าบินเวลา 2 am วันที่ 14 ซึ่งมันคือตี 2 ของวันที่ 13 แล้วตอนนั้นวันที่ 13 ตอน 4 ทุ่มยังลัลล้าไม่เก็บเสื้อผ้าเลยจ้า โทรหาเพื่อนและกัลยาณมิตรทุกท่านให้ช่วยเหลือ เพื่อรักหลับ ๆ อยู่นางก็รีบโผล่มารับไปส่ง พี่ที่ออฟฟิศช่วยเช็คอินออนไลน์ให้ได้ทัน พอมาถึงปั๊บ วิ่งงงงงงงงง

• สรุปแล้วก็มาทัน เย่!

แต้มบุญครั้งที่1 : ไม่ตกเครื่อง

  • ด่านแรกสนามบินแจก Wellcome Meet ให้เราด้วยการบอกว่าน้อง น้องโดนค่าโหลดกระเป๋าไป 1,900 นะคะเพราะกระเป๋าใหญ่ไป๊ เค้าเอามา 20 โลกัน นี่หนูเอามา 24 เอาเงินมาเลยจ้า อันนี้ต้องจ่าย แต้มบุญช่วยไม่ช่วย
    • เราเดินทางแบบหลับ ๆ ตื่น ๆ คิดทบทวนว่ากูรอดมาถึงที่นี้ได้ไงว่ะ โชคชะตาเธอหน้าด้านมาก 5555 ตลกปนงงไปเพียง 3 ชั่วโมง ก็มาถึงสนามบิน Taoyuan เวลา 7:45 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ไต้หวันเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง)

xoslot

• ภารกิจต่อไปมุ่งหน้าสู่ Alishan ?? ป่าสนพันปี และทางรถไฟสายโรแมนติก ที่มีชื่อว่า
• จากสนามบินเถ้าหยวนเราเดินตามป้ายมาที่ Bus Station ชั้นล่างเพื่อจะต้องนั่งรถบัสไปลงที่สถานีรถไฟความเร็วสูง HRS
• เราสามารถซื้อตั๋วแบบตอนไปถึงได้เลย หรือใครไม่อยากเสียเวลา แนะนำให้ซื้อตั๋วผ่านเว็บก่อนวันเดินทาง ราคาอยู่ที่ 800-1000 TWD
• ซึ่งอันนี้ชาวแก๊งค์ไม่พลาดเราซื้อกันมาแล้ว พอมาถึงสถานีเราก็แค่ยื่น Passport ให้พนักงานดูพร้อมกับหลักฐานยืนยันการจองของเรา เค้าก็จะเช็ค ๆ แล้วจึงออกตั๋วให้เราอย่างง่ายดาย
• เดินเข้าชานชาลาไปยืนดูป้ายไฟ ที่เค้าจะบอกว่า Next Train จะเป็นขบวนหมายเลขอะไร เราต้องยืนให้ตรงกับรายละเอียดในตั๋ว เค้าจะมีบอกด้วยว่าที่นั่งหมายเลขเท่าไหร่ถึงเท่าไหร่ขึ้นตรงไหน สะดวกและตรงเวลาโคตร ๆ
• จุดหมายในการนั่งรถไฟความเร็วสูงคือเราจะไปลงกันที่สถานี Chiayi เพื่อต่อรถบัสไปยัง อุทยาน Alishan
• สรุปเราต้องนั่งรถ 3 ต่อจากสนามบินเพื่อที่จะมาถึง Alishan

• ตรงนี้อย่าลืมเช็คเวลารถบัสให้ดีเพราะมันจะมีแค่ไม่กี่รอบต่อวัน เราต้องไปให้ทันไม่งั้นชีวิตเราจะถูกกำหนดด้วยลุงแท็กซี่ที่เข้ามาถาโถมยื่นข้อเสนอแบบ งง ๆ 5555 แต่หลายรีวิวบอกว่าราคาไม่ได้โหดขนาดนั้นนะ ดีลได้

แต้มบุญครั้งต่อไปใช้ที่ Alishan

• ถึงแล้วอาลีซานหนาวมาก 13 องศา หมอกเยอะมาก ดีแบบที่ว่าเดินยิ้มคนเดียวเหมือนคนบ้า สวยจังเว้ยยยยย
• สำหรับที่พักส่วนใหญ่สามารถเดินมาจากตรง Bus Stop ได้ บางที่ก็มีรถจากโรงแรมมารับ ส่วนพวกเราเดินหาไปเหนื่อยหน่อยเพราะเป็ยทางลาดชัน
• เออเราต้องเสียค่าเข้าอุทยานด้วยนะ คือแบบพอถึง 7-11 ในอุทยานคนจะลงจาก Bus กันหมด นั่นแปลว่าถึงแล้วจ้า ให้ลงมาแล้วเดินเลี้ยวขวาไป จะมีเป็นหน้าด่านเก็บเงินค่าเข้า (คล้ายทางเข้าอุทยานบ้านเราแหละ) ราคาก็คนละ 150 มั้งจำบ่ได้
• เสร็จแล้วก็กางแมพตามหาโรงแรมเพื่อเช็คอินเลย

• เราเช็คอินเสร็จก็รีบทำเวลาโดยการจะไปเที่ยวป่าสนเลย ตอนนั้นงมทางกันมั่วมาก แต่ภาษาอังกฤษระดับอนุบาล 3 อย่างพวกเรา ก็พยายามกันจนมาถึงจุดจำหน่ายตั๋วที่ให้ขึ้นรถไฟโบราณสีแดงที่เป็นเหมือนภาพจำของที่นี่
• จุดหมายคือสายสีเขียว #SacredTree ค่าโดยสารคนละ 100 TWD จ่ายเงินแล้วรอขึ้นรถไฟ แต่ตรงนี้จะมี 2 สายให้ขึ้นนะคะ อีกสายคือสีชมพูไปสุดสายตรงหมู่บ้าน อะไรสักอย่าง ไม่ได้จดไว้ รีวิวอะไรเนี่ย 555
• ระหว่างรอรถไฟเราก็ถ่ายรูปเล่นกับมวลมหาประชาหมอกที่ลอยมาลอยไปโชว์ตัวให้หัวใจเราพองโตตูมตามตลอดเวลา ซึ่งเป็นโชคดีมากเลยนะที่วันที่เราไปถึง ฝนตกที่อาลีซานทำให้บรรยากาศในตอนนั้นคือ #อาลีซานในม่านหมอกที่แท้จริง

• ผ่านไป 7 นาที รถไฟมาแล้ว ?? เราโดดขึ้นไปนั่งอย่าตื่นเต้น เป็นความคลาสิคที่เท่บ้า จริง ๆ นะ ระยะทางที่รถไฟจะพาเราไปส่งยังจุดหมายก็ไม่ใกล้ไม่ไกล สองฝั่งเราจะผ่านป่าสนสูงใหญ่และทางคดเคี้ยวมากมาย ที่อ่านมาเค้าว่สจริง ๆ ทางรถไฟนี้เคยเป็นเส้นทางสัญจรที่ใช้ประจำก่อนจะถูกพายุพัดกระหนำทำให้เหลือเพียงเส้นทางสั้น ๆ นำเที่ยวเท่านั้นเอง คือเหมือนเราสามารถนั่งรถไฟสายนี้มาได้จากตัวเมืองเจียอี้เลยแหละ

เครดิตฟรี

• เมื่อมาถึงสถานี Alishan Forest Railways แล้ว เราก็เดินขึ้นไปยังจุดเดินชมป่าสนพันปีได้เลย เส้นทางแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง เป็นบันไดไม้ มันจะเดินเป็นวงกลม แต่ละจุดจะมีป้ายบอกอายุคุณทวดต้นสนเอาไว้ 800 ปีบ้าง พันปีบ้าง บอกเลยว่าความสวยงามของที่นี่มีกี่คะแนนก็จะเทให้ ☺ ทำไมจะไม่ให้ละ เราได้เห็นความยิ่งใหญ่ของต้นสนที่อยู่เคียงคู่กับชาวเจียอี้และอาลีซานมาอย่างยาวนานหลายพันปีโดยที่ยังคงสง่างามไม่เปลี่ยนไปแถมเขายังเป็นของขวัญให้กับคนที่นี่ ด้วยการทำให้คนจากทั่วทุกมุมโลกที่เห็นเขาจากอินเตอร์เน็ต เดินทางเป็นพันไมล์ ๆ ข้ามน้ำข้ามภูเขาเพื่อพบกับเขาและสร้างรายได้ให้ลูกหลานของเขาชาวไต้หวัน ณ ในที่แห่งนี้ #รักอาลีซานจัง

• เอาละ เราถ่ายรูปกันไปจนชัตเตอร์เกือบค้าง ละ ลองเดินลงมาข้างล่างดีกว่า พอมาถึงชานชาลาเห็นว่ามีรถไฟมาถึงอีก 1 ขบวน เราก็เอ๊ะยังไม่กลับถ่ายรูปต่ออีกหน่อยไหนก็มาละค่ารถแพงด้วย (แต่ยอมรับว่าตอนนั้นตะหงิด ๆ ทำไมรถไฟจอดนานจังคนก็ขึ้นกันไปเยอะแล้วนะ) ไม่มีไรหรอกมั้ง เพราะบางคนก็ยังเดินเล่นกันอยู่เลย ยังพูดเล่นกับเพื่อนว่า “บอกลุงซิเราไม่ไปปปปป รูปยังไม่ถึง 1,000 รูปเลยจ้า” พูดจบขำกันคิกคัก ๆ เออเหมือนลุงจะรู้ จากนั้นรถไฟก็ออกไป

• เรา 3 คนนั่งเล่นเดินเล่นกันไปจนประมาณ 5 โมงก็มายืนรอรถไฟทีเดิมเพราะเข้าใจว่ารถเที่ยวสุดท้ายคือ 5 ครึ่ง ทีนี้ 5 โมงกว่าละจะครึ่งละ ไม่มีเสียงรถไฟใด ๆ ทั้งสิ้น คนรอบ ๆ หายไปหมด เรามองหน้ากัน เอ๊ะมันแปลก ๆ มั้ยวะ…
• รีบเดินไปที่จุดบอกเวลา พร้อมกับรู้ความจริงว่า รถไฟขบวนสุดท้ายคือ #4โมงครึ่ง ไม่ใช่ 5 โมงครึ่ง
• พีคคคคคคมาก เอาไงดี เพื่อนเริ่มเสิร์ทแมพแล้วบอกว่าต้องเดิน!
• ห๊ะ?
• เดิน…เราก็เดินแบบใจสั่น และเดาทางกันไป แมพมันพาเราเดินขึ้นไปที่ไหนสักที่ผ่านจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและไปบรรจบกับทางตัน ฮือ ตันเหรอ เวรแล้วเอาไงดี
• เรารีบวิ่งกันลงมาเพราะแสงตอนนั้นมันใกล้จะหมดเต็มที่ ทางออกเดียวคือเดินไปตามทางรถไฟ !!!
• เราเดินเรียง 1 ไปตามทางรถไฟแรก ๆ ยังมีเสียงพวกเราบ่นคุยกันไป มีเสียงของนกบ้าง แต่พอใกล้จะ 6 โมงฟ้ามันมืดเกือบสนิท ทุกอย่างเงียบลง หลอนนนนจัง 🙁 กลัวไปหมดทุกอย่างแม่งเหมือนหนังสยองขวัญ เดินกันไปหอบกันไป เสียงหายใจดังมาก 2 ข้างทางคือป่าและเหว มองไปข้างหน้าไม่มีปลายทาง แมพพาเราเดินเกือบ 30 นาที หิวมากกลัวมากตอนนั้นจะร้องไห้แล้ว แต่ก็เจอแสงและเสียงคน

แต้มบุญพาให้ออกจากป่าอย่างปลอดภัย

ารีบเดินต่อไม่หยุดสุดท้ายมาเจอ 7-11 อีกที่นึงและเป็นเวิ้งชุมชน ซึ่งจริง ๆ มันติดกับจุดขายตั๋วที่เรามาซื้อแหละ
• เราเดินมาหยุดที่สถานี เคาะเรียกเจ้าหน้าที่แต่เหมือนเค้ากลับกันหมดแล้ว เลยตัดสินใจปีนข้ามรั้วเข้ามา
• จากนั้นก็รีบเดินไปหาร้านกินข้าว กินเสร็จกลับเข้าโรงแรม
• จบวันที่ 1 ทบทวนบรรยากาศ เป็นการเดินทางที่พีคสุดในชีวิต
• ปล.เพื่อนที่เคยไปมานางบอกจริง ๆ มีรถบัสมาส่งด้วย แต่ตอนนั้นเราไม่รู้ว่าต้องเดินไปทางไหน รอดมาได้เพราะแต้มบุญ

Day 2 : เป็นเด็กเมืองบ้าง

• วันนี้ตื่นแต่เช้าเพื่อ Check out ออกจากโรงแรมที่อาลีซาน เราเดินมารอรถบัสเพื่อจะกลับไปยังสถานีรถไฟ HRS
• (รถบัสกลับจากอาลีซานมีเพียง 2 รอบ 10:10 น.และ 13:xx (ไม่มั่นใจ)
• มาถึงเจอฝรั่งทักชวนหารค่า Taxi ลงไปกัน นางบอกไปเจี้ยอี้เหมือนกันนะ ตอนนั้น หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ไปเดี๋ยวหลงอีก แต่ลุงแท็กซีเดินมากดเครื่องคิดเลขให้ดูว่าราคาถูกกว่านะไม่ต้องรอด้วยเอาไง?
• เพื่อนมองหน้า เรามองเพื่อน เออไป!
• นั่งรถลุงแบบชิว ๆ หลับ ฟังเพลงพื้นบ้านดื่มด่ำกับบรรยากาศไปประมาณ 2 ชั่วโมง ลุงก็พาเรามาลงที่ TRS (รถไฟธรรมดา)
• อ้าวลุง!
• ลุงบอกว่าฝรั่งนางจะมานี่ ส่วนยูถ้าจะไปต่อรถไฟเร็ว HRS ก็เดินไปขึ้น Suttle Bus ได้มันอยู่ข้างหลังสถานีรถไฟ
• ฝรั่งเดินมาอธิบายซ้ำ คือเดินข้ามสะพานไปข้าง ๆ แล้วตามทางมันจะพาให้เราไปที่ Bus Station นะยูก็เดินลงมาไปรอรถบัส ขึ้นเลยนางไปส่ง HRS ฟรีนะไปสิ
• เออไปก็ได้! ก็ต้องไปม่ะ

• ตัดไปที่เรามาถึงตัวเมือง Taipei เลยแล้วกัน พอมาถึง เราก็เดินออกจากสถานีใต้ดิน Taipei Main Station
• (ใต้ดินนี่มีทั้ง MRT , HRS , TRS , MRT Air Port ร้านค้า ร้านอาหาร มินิมาร์ท มากมาย ลงมาที่เดียวเราสามารถโดยสารได้หลายที่แต่ต้องเดินหาหน่อยนะ)
• เราเดินออกมาทาง M3 เลี้ยวซ้ายมาเรื่อย ๆ ก็เจอโฮสเทลที่จองไว้ชื่อว่า Miniin
• เราจองห้องที่นอนได้ 4 คน แต่เราไป 3 คนเค้าก็ปิดห้องให้เราเลย ไม่มีมาแชร์กับคนอื่น ๆ ดีงาม
• จากนั้นเราก็ทำการเก็บของและเริ่มออกตะลอนสู่ Landmark ใหญ่ ๆ ของไทเปอันได้แก่
• อนุสรณ์ Chiang Kai-Shek
• Huashan 1914 Creative Park
• Shopping ที่ ALL 4 FUN
• เดินเล่นตลาดกลางคืน Ximending
• ทุกที่อยู่ใกล้ ๆ กัน เพียงขึ้นลงสถานี MRT 2-3 ป้าย (ยกเว้น ALL 4 FUN) ที่ต้องเดินหน่อย
• จบวัน กลับโฮสเทลนอนดีกว่าไม่มีไรตื่นเต้นเลย 5555

Day 3 : หลงทางยังหาเจอหลง #Yangmingshan ไม่เจอได้ไง ?

• เอาละคะวันนี้เราจะขึ้นเข้ากันอีกแล้วนะคะ
• เราจะไปกันที่อุทยาน Yangmingshan อุทยานที่ห่างไปจากเมืองไทเปไม่ถึง 1 ชั่วโมง และสามารถเดินทางสะดวกด้วยรถ Bus สาย 206 ป้ายอยู่แถว Mrt
• เราเริ่มจากการเดินลงสถานีใต้ดินเพื่อที่จะต้องมาออกตรง Exit Y9 (ลองเดินดูนะไม่ยากแต่ต้องมีสติ)
• พอออกมาถึงเราจะต้องเดินมาตรงป้ายรถเมล์ เพื่อนรอขึ้นรถบัสสาย 209 Yangmingshan
• ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที ก็ถึงหน้าด่านของอุทยานแล้วค่ะ
• เราเดินมารอตรงที่เค้าต่อแถวกันเลย จะมีแถวยาว ๆ ชัดเจนว่าคือคนรอขึ้นไปอุทยานกัน
• ตรงนี้คือเค้าจะรอรถสาย 108 รถประจำอุทยานที่จะมาทุก ๆ 10-15 นาที (จริง ๆ นานกว่านั้น) รถคันนี้จะวนรอบอุทยานโดยจอดให้ลงเป็นจุด ๆ หากใครอ่านรีวิวมาบ้างจะรู้ว่าพิกัดที่ควรค่าแก่การลงจะมีเพียง 2 จุดใหญ่จาก 5 จุดเท่านั้น
• นั่นคือ ภูเขากำมะถัน #Xiaoyoukeng และ ทุ่งหญ้า #Qingtiangang

• ทริคของการนั่งรถคันนี้คือ อย่าเชื่อว่ามันจะง่าย 555 ตอนวันที่เราไปคนอย่างแน่นมันแน่นมากรถเล็กมากด้วยทั้งรถเต็มไปด้วยคนแก่ที่มาเดินเขากัน ทุกคนคุยกันเสียงดังมากและเสียงอัตโนมัติที่คอยบอกสถานีเบามาก บางคันตรงป้ายไฟหน้ารถไม่ขึ้นภาษาอังกฤษเลย
• นั่นจึงทำให้เราหลง นั่งรถวนไป 3 รอบ
• คือในเว็บที่อ่านรีวิวมาบ้างก็บอกมาเค้าจะจอดทั้งหมด 13 สถานี บางบอก 9 บางบอก 5 พอลองนับตามที่อ่านรีวิวมาพัง!
• สรุปให้หาที่นั่งข้างหน้าเพื่อมองว่ารถจอดตรงไหน หรือ อ่านจากป้ายข้างทางที่เค้าจอดเลยจะเป็นภาษาอังกฤษ หรือลงตรงที่รักท่องเที่ยววัยรุ่นลง จบ
• ทางขึ้นเขาแคบมากและรถขับเหวี่ยงเหมือนคนโกรธเกรียวกราด 5555 เส้นทางไม่ได้ไกลต่อกันมากเท่าไหร่ จึงมีบางคนตัดสินใจเดินเอา แต่เราว่าอันตรายไปเพราะรถมันสวนอยู่ตลอดเลย นั่งบัสแหละดีแล้ว
• อ่อ แล้วดูดี ๆ ตอนขึ้นรถ 108 บางคันเค้าจะจอดแค่สถานีแรก Erziping ข้างรถจะติดป้ายบอกว่า Erziping Only นั่นแหละคือรถไปส่งป้ายเดียวแล้ววนกลับมาที่เดิม จบ
• (ค่าโดยสารคิดครั้งละ 16 ดอลล่าไต้หวัน)

• จุดที่เราลงคือภูเขากำมะถัน Xiaoyoukeng สวยงามเหมือนอยู่ในหนังแฟนตาซีเลย ภูเขามีควันลอยคลุ้งออกมา ผสมกับหมอกที่ลอยละล่องอยู่หนาแน่น บางคนบอกว่ามันคือควันจากภูเขาไฟที่ยังระอุ แต่เราว่าน่าจะไม่ใช่เพราะกลิ่นแรงมาก น่าจะกำมะถันแหละ เราชอบทัศนียภาพของที่นี้นะแต่ไม่ชอบกลิ่นเอาซะเลย ฮ่าาาา
• จากนั้นก็เดินมาที่จุดรอรถประจำสถานี เรารอรถสายเดิม 108 คร่าวนี้ไม่ต้องระวังละถ้า 108 มาก็ขึ้นได้เลย จุดต่อไปคือไฮไลต์ของที่ Yangmingshan ที่เรายกให้(เอง)
• ทุ่ง Qingtiangang ตามประสบการณ์ตรงนี้คือป้ายสุดท้ายที่รถจะจอดให้ลงมาเที่ยว มันคือทุ่งหญ้าเขียวสดที่กว้างใหญ่ มีสะพานยาวให้เดินชมวัวดำกินหญ้าอยู่กลางทุ่ง เราชอบมากที่วัยรุ่นแต่งตัวจัด ๆ ของไต้หวันมานั่งปิคนิคกันที่นี่ ฟิวเหมือนวันรุ่นไทยไปนั่งชิวริวฝั่งเจ้าพระยาอะไรงั้นแหละ มันรู้สึกถึงความแมทซ์ของ Cluture ที่ดูแล้วเห้ย เก๋ จังเลย ไม่ใช่แค่คนสองคนนะแต่เยอะมาก รวมไปถึงมีหลายคู่รักเลือกมาถ่ายรูปพรีเวดดิ้งกันที่นี่ที่นับได้คือ 5 คู่

สล็อต xo

• จากนั้นเราก็เดินลงมาเพื่อจะกลับ ตอนนี้คืออ่านแล้วจำเลยเด้อ #ขากลับให้นั่งบัสสาย 15สีส้ม เพราะมันจะไปถึง MRT เลยไม่ต้องมาต้องรถบัสอีก
• ตอนลงมาจากเขารถติดมาก ใช้เวลา 1 ชั่วโมงกว่า ๆ ถ้าได้นั่งก็ดีไป ถ้าไม่ได้ก็อดทน
• พอมาถึงแล้ว จากนั้นเราก็เดินข้ามถนนไปเดินเล่นที่ตลาดกลางคืนที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน #ShilinNightMarket เพื่อซื้อของฝาก หาข้าวกิน ช้อปปิ้งเสื้อผ้าตรงนี้ดีมาก เกาหลีญี่ปุ่นอะไรต่าง ๆ
• กลับโฮสเทล

Day 4 : กลับกรุงเทพ

• เป็นอันจบทริป Taiwan Calling now

จบแล้วละที่รัก ฉันรอวันที่จะกลับไปพบกับเธออีกครั้งหากแต้มบุญฉันยังหลงเหลืออยู่ ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม
Forever yours, In your heart forever, Where I belong, With all my heart