เช็งยาง เจ-6

เช็งยาง เจ-6 เช็งยางเจ-6 เป็นเครื่องบินแบบ มิก-19 ที่ถูกสร้างโดยโรงงานสร้างอากาศยานแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน มิก-19 ซึ่งเป็นต้นแบบของ เจ6 เป็นเครื่องบินเจ๊ตความเร็วเหนือเสียงแบบแรกของสหภาพโซเวียต
รายละเอียด เช็งยาง เจ-6
-ผู้สร้าง โรงงานสร้างอากาศยานแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
-ประเภท เจ๊ตขับไล่-สกัดกั้น ที่นั่งเดียว
-เครื่องยนต์ เทอร์โบเจ๊ต คลีมอฟ อาร์ดี-9บี (สร้างในจีน) ให้แรงขับสถิตเครื่องละ 2,601 กิโลกรัม และ 3253 กิโลกรัมเมื่อใช้สันดาปท้าย 2 เครื่อง
-กางปีก 9 เมตร
-ยาว 12.60 เมตร
-สูง 4.02 เมตร

เครดิตฟรี

-พื้นที่ปีก 25 ตารางเมตร
-น้ำหนักเปล่า 5,760 กิโลกรัม
-น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด 8,700 กิโลกรัม
-อัตราเร็วขั้นสูง 1,453 กิโลเมตร/ชั่วโมง
-อัตราเร็วเดินทาง 950 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่ระยะสูง 10,000 เมตร
-เพดานบินใช้งาน 17,900 เมตร
-อัตราไต่สูงสุด 6,900 เมตร/นาที ที่ระดับน้ำทะเล
-พิสัยบินปกติ 1,390 กิโลเมตร
-พิสัยบินไกลสุด 2,200 กิโลเมตร เมื่อติดตั้งถังเชื้อเพลิงภายนอก
-บินทน 2 ชั่วโมง 38 นาที ที่ระยะสูง 14,000 เมตร

สล็อต

-อาวุธ ปืนใหญ่อากาศ 30 มม. 2-3 กระบอก ที่โคนปีกข้างละกระบอกและใต้ลำตัว 1 กระบอก
-อาวุธปล่อยอากาศสู่อากาศ
-ลูกระเบิดและจรวดที่ใต้ปีก
การก่อสร้างท่าอากาศยานซ่างไห่หงเฉียวเริ่มสร้างขึ้นในเดือนมีนาคมปี 2464 เมื่อสำนักงานกิจการการบินของรัฐบาลเป่ย์หยาง ร่างโครงการสายการบินปักกิ่ง – เซี่ยงไฮ้ ซึ่งทำการวางแผนเส้นทางไปยังเซี่ยงไฮ้เป็นครั้งแรก ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2466 ท่าอากาศยานเปิดใช้งานแบบผสมทางทหารและพลเรือน ท่าอากาศยานแห่งนี้เป็นจุดเกิดเหตุของ ‘อุบัติการณ์ Oyama’ ในปี 2480 ที่ร้อยโทญี่ปุ่นถูกสังหารโดยทหารรักษาสันติภาพของจีนและเป็นเหตุหนึ่งในการนำไปสู่การยุทธการที่เซี่ยงไฮ้ ในช่วงสงครามจีน–ญี่ปุ่นครั้งที่สองท่าอากาศยานถูกครอบครองโดยทหารญี่ปุ่นและใช้เป็นฐานทัพอากาศ และยังใช้เป็นฐานทัพอากาศอย่างต่อเนื่องแม้ในเวลาต่อมาหลังจากถูกส่งมอบให้กับรัฐบาลสาธารณรัฐจีน และรัฐบาลต่อมาคือสาธารณรัฐประชาชนจีน ในเดือนพฤศจิกายนปี 2506 สภาแห่งรัฐได้อนุมัติการขยายสนามบินหงเฉียวไปเป็นท่าอากาศยานเพื่อการพาณิชย์ระหว่างประเทศ โครงการขยายแล้วเสร็จในปี 2507 และเปิดใหม่ในเดือนเมษายน 2507 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2515 กองทัพอากาศถอนตัวออกจากสนามบินหงเฉียวอย่างเป็นทางการ

สล็อตออนไลน์

ในเดือนมีนาคม 2527 โครงการอาคารท่าอากาศยานซ่างไห่หงเฉียวได้ขยายอีกครั้งและโครงการขยายเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 30 กันยายนของปีเดียวกัน หลังจากการขยายตัวของอาคารผู้โดยสารพื้นที่ใช้งานนั้นเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับในอดีต ในปี 2531 การบินพลเรือนเซี่ยงไฮ้ดำเนินการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรการบริหารที่สำคัญโดยแยกสนามบินออกจากสายการบิน ท่าอากาศยานซ่างไห่ได้ดำเนินการแยกต่างหากและกลายเป็นองค์กรอิสระทางเศรษฐกิจเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนของปีเดียวกัน ในเดือนธันวาคม 2531 การขยายตัวครั้งที่สามของอาคารท่าอากาศยานซ่างไห่หงเฉียวเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2534 ท่าอากาศยานซ่างไห่หงเฉียวทำหน้าที่เป็นท่าอากาศยานหลักของเซี่ยงไฮ้จนกระทั่งสนามบินนานาชาติผู่ตงเสร็จสมบูรณ์ในปี 2542 เมื่อเที่ยวบินระหว่างประเทศเกือบทั้งหมดถูกย้ายไปที่ผู่ตง ในปัจจุบันสนามบินหงเฉียวให้บริการส่วนใหญ่เป็นเที่ยวบินในประเทศ และห้าเส้นทางระหว่างประเทศ ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว กรุงโตเกียว ท่าอากาศยานนานาชาติคิมโพ กรุงโซล ท่าอากาศยานไถเป่ย์ซงซาน ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง และ ท่าอากาศยานนานาชาติมาเก๊า

jumboslot

ในฐานะส่วนหนึ่งของการเตรียมการสำหรับ Shanghai Expo โดยมีแผนพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์คมนาคมครบวงจรหงเฉียว ท่าอากาศยานหงเฉียวได้ดำเนินโครงการปรับขยายในปี 2549 โดยวางแผนที่จะเพิ่มรันเวย์และอาคารผู้โดยสาร โครงการเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2553 ก่อน Shanghai World Expo 2010 ตามแผนที่กำหนดไว้ โดยได้เสร็จสิ้นโครงการปรับขยายที่มีมูลค่า 1.53 หมื่นล้านหยวนตามแผน 5 ปี ทั้งนี้รวมถึงรันเวย์ที่สอง ขนาด 3,300 เมตร และอาคารผู้โดยสารใหม่ 2 อาคาร ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถของท่าอากาศยานหงเฉียวให้รองรีบผู้ใช้งาน 40 ล้านคน/เที่ยวต่อปี อาคารผู้โดยสารที่2 นี้มีขนาดใหญ่กว่าอาคารผู้โดยสารที่1 ถึงสี่เท่า และอาคารผู้โดยสารที่2 ยังใช้สำหรับรองรับสายการบินร้อยละ 90 จากทั้งหมดของท่าอากาศยานหงเฉียว (อาคารผู้โดยสาร 1 ใช้สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศเท่านั้น และรวมถึงสปริงแอร์ไลน์ และ เซียะเหมินแอร์ ) ด้วยทางวิ่ง(รันเวย์)ใหม่ทำให้เซี่ยงไฮ้กลายเป็นเมืองแรกในประเทศจีนที่มี 5 รันเวย์เพื่อการพาณิชย์ (ท่าอากาศยานผู่ตงและท่าอากาศยานหงเฉียวรวมกัน) และ ในปัจจุบันมีีแผนการขยายจำนวนรันเวย์ให้เป็นเจ็ด รันเวย์ที่สองและอาคารผู้โดยสารแห่งที่สองแล้วเสร็จและเปิดในวันที่ 11 มีนาคมและ 16 มีนาคม 2010 ตามลำดับ อย่างไรก็ตามควรสังเกตว่าไม่มีการเชื่อมต่อโดยตรงระหว่างอาคารผู้โดยสารสองแห่ง ผู้โดยสารต้องใช้รถบัสรับส่งระยะสั้นในขณะนั้น และรถไฟใต้ดินสาย 10 หรือรถไฟสายอื่น ๆ เพื่อเดินทางระหว่างอาคารผู้โดยสารสองแห่งเชื่อมต่อระหว่างอาคารผู้โดยสารสองแห่งในเวลาถัดมา

slot